ททท.คาดนักท่องเที่ยวจากอิตาลี-เช็ก เข้าไทยปีนี้ 2.3 แสนคน

ททท.ร่วมพันธมิตรต้อนรับแอร์ไลน์ใหม่ Neos Air เปิดบินตรงมิลาน-ภูเก็ต เปิดข้อมูลนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางมายังประเทศไทยโตต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้ทำยอดรวมเกิน 230,000 คน

22 ธ.ค. 2566 – นางจิระวดี คุณทรัพย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยภายหลังต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐอิตาลีและสาธารณรัฐเช็ก ที่เดินทางมาด้วยสายการบิน Neos Air เที่ยวบิน NO216 ซึ่งเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่ออกเดินทางจากต้นทาง เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ก่อนจะแวะรับผู้โดยสาร ณ เมืองเบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก และเดินทางต่อสู่จุดหมายปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ในวันที่ 20 ธันวาคม 2566 เวลา 16.15 น. ด้วยความจุผู้โดยสาร 355 ที่นั่ง

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวอิตาลี ถือเป็นตลาดระยะไกลที่มีศักยภาพ มีอัตราการเติบโตทั้งแง่ของรายได้และจำนวนอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมกราคม – 15 ธันวาคม 2566 มีนักท่องเที่ยวอิตาลีเดินทางมายังประเทศไทย 169,160 คน และ ททท. คาดการณ์ว่าภายในถึงสิ้นปี 2566จะมีนักท่องเที่ยวอิตาลีแตะ 180,000 คน ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปประมาณ 70,000 บาท

ทั้งนี้ ททท. สำนักงานกรุงโรม ยังได้ต่อยอดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตร Alpi Tour ซึ่งเป็นบริษัท Tour Operator อันดับ 1 ของสาธารณรัฐอิตาลีเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวในเที่ยวบินของสายการบิน Neos Air เส้นทางเมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี บินตรงเข้าจังหวัดภูเก็ต เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสู่ประเทศไทยในนักท่องเที่ยวกลุ่ม Honeymooner, กลุ่ม Luxury, กลุ่มครอบครัว เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม 2566 – เมษายน 2567 สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน รวม 15 เที่ยวบิน คาดว่าจะช่วยผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวจากเมืองมิลานเพิ่มขึ้นประมาณ 3,750 คน

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐเช็ก เป็นอีกตลาดศักยภาพในยุโรปตะวันออก จากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 – 15 ธันวาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมทั้งสิ้น 44,579 คน คาดการณ์ว่าถึงสิ้นปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐเช็กเข้าประเทศไทย ประมาณ 50,000 คน และมีวันพักเฉลี่ยประมาณ 20 วัน ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปประมาณ 63,786 บาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.