
26 ธ.ค.2566- นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จัดทำแผนเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อผลักดันการส่งออก ภายหลังตัวเลขการส่งออกในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2566 ของไทยติดลบ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ของไทยถือว่าติดลบน้อยกว่าประเทศอื่น หากเปรียบเทียบกับประเทศโดยรอบ โดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยคาดว่า การส่งออกไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ 1-2% จากปี 2566 ที่ -1.5% ถึง -1% โดยปัจจัยเสี่ยงมาจากทั้งสถานการณ์ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำแผนเร่งด่วน (Quick Win) ผลักดันการส่งออกในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2566 โดยการดำเนินกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมกว่า 73 กิจกรรม ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้กว่า 12,400 ล้านบาท ซึ่ง กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงสุดท้ายของปีจะขยายตัวเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปลายปีที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยโดยรวมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า การส่งออกมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่มีความหลากหลาย มีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นในหลายรายการ และยังเป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นกลางในห่วงโซ่อุปทานโลก อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบที่สำคัญของภูมิภาค ในขณะที่การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงก็มีแนวโน้มขยายตัวตามการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล
“รัฐบาลเร่งดำเนินการตามแนวทางกำหนดนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานเร่งเดินหน้าดูแลความเดือดร้อนของประชาชน หากช่วยเหลือส่วนไหนได้ ให้ดำเนินการก่อน กระทรวงพาณิชย์จึงได้เร่งเดินหน้าเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งประเมินสถานการณ์ กำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถรับมือกับความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งเพิ่มคุณภาพสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ดูแลเรื่องการขนส่งให้รวดเร็วขึ้น รักษาตลาดเดิม รวมทั้งเปิดตลาดการค้าใหม่ทั่วโลก เพื่อเพิ่มบริมาณ และมูลค่าการส่งออกของไทย” นายชัย กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
โฆษกรัฐบาล สรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศเพื่อคนไทยในรอบสัปดาห์
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้มีการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม
'โฆษกรัฐบาล' ปัดนายกฯ เบี้ยวตอบกระทู้สด แจงยิบเหตุไม่ไป
'โฆษกรัฐบาล' แจงยิบเหตุนายกฯ ไม่แจงกระทู้ถามสด มอบเจ้ากระทรวงคมนาคมไปแทน แถมคิวงานแน่นเอี๊ยด

