
“รัฐบาล”ชวนประชาชนเที่ยวเช็คอินไฮไลท์ทั้ง 5 จุด“บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ”จ.สุพรรณบุรี เชื่อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีของดี แต่คนไม่ค่อยรู้จัก
14 ม.ค. 67 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กระแสในโลกออนไลน์ถึง “สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ”ที่เป็นส่วนหนึ่งของบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติว่า เงียบเหงามาก ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างจากสมัยก่อนนั้น ว่า รัฐบาลอยากขอเชิญชวนประชาชนใช้วันว่าง ไปท่องเที่ยวและพักผ่อนได้ที่บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เป็นบึงน้ำธรรมชาติ มีเนื้อที่ 2,700 ไร่ พื้นที่กว้างขวางมี และที่สำคัญสะอาดมาก ซึ่งปกติในวันธรรมดา บัตรค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 30 บาท เด็กราคา 10 บาท ที่ถือว่าถูกมากๆ
น.ส.เกณิกา กล่าวว่า บึงฉวากเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของสุพรรณบุรี มีอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำถึง 3 หลัง หลังแรกจัดแสดงพันธุ์ปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ส่วนหลังที่สองเป็นอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทยที่มีความยาวอุโมงค์ถึง 8.5 เมตร และหลังที่ 3 เรียกว่าเป็น “สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล” จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลผ่านอุโมงค์ปลาและบันไดเลื่อนขนาดความยาว 75 เมตร รวมทั้งมีตู้ปลาฉลามขนาดใหญ่ให้ชมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วที่บึงฉวากยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ บ่อจระเข้น้ำจืด กรงเสือและสิงโต เกาะกระต่าย อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ ฯลฯแต่ก็มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมให้บริการดีค่ะ ทุกร้านติดป้านราคาชัดเจน ราคาย่อมเยา รสชาติอร่อย
อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ให้มาเที่ยวกัน เพราะที่นี่มีของดีแต่คนไม่ค่อยรู้จัก โดยบึงฉวากมีจุดเช็คอินไฮไลท์ทั้ง 5 จุด ได้แก่ อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของเมืองไทย, บ่อจระเข้ธรรมชาติที่สวยที่สุด, อุโมงค์ปลาแนวเฉียงที่ลึกที่สุดในไทย, อุโมงค์ปลาฉลามที่กว้างสุดในเอเชีย และ Lemon Shark ที่เดียวในไทย ทั้งนี้บึงฉวากเปิดบริการทุกวัน โดยวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 17.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
'ท็อป' ลั่นเดินตามรอย 'พ่อบรรหาร' นั่ง ' รมว.อุตสาหกรรม' บอกยังไม่เก่งขอเวลาฝึกวิชา
วราวุธ ลั่นพ่อบรรหารเป็น รมว.อุตสาหกรรม จะมีลูกชายเป็น รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนสุพรรณบุรีให้โอกาส ยืนยันไม่ว่าจะอย่างไรคนสุพรรณฯก็ไม่ทิ้งกัน
นายกฯ ติดตามบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสุพรรณฯ
“นายกฯ อนุทิน" ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง บูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนระยะยาวอย่างยั่งยืน
สนามเลือกตั้งภาคกลางเดือดพลั่ก 'ลุงชวน' มาเอง นำทัพสีฟ้าลุย 'นครปฐม-สุพรรณฯ'
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง

