พิมพ์ภัทรา จ่อถก 10 อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หาทางรอดให้เอสเอ็มอี

พิมพ์ภัทรา จ่อถก 10 อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หาทางรอดให้เอสเอ็มอี หลังอีวีจีนบุกไทยเร็ว ใช้ชิ้นส่วนไทยน้อยลง หวั่นไม่ปรับตัวอยู่ยาก

22 ม.ค. 2566 – นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) หรือ ดีพร้อม เปิดเผยว่า ธุรกิจเอสเอ็มอี ยังอยู่ในภาวะถดถอย เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวมานาน เกิดความเสียหายวงกว้าง กรมฯต้องเข้าไปดูแลอย่างเข้มข้นในกลุ่มธุรกิจที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเปลี่ยนผู้เล่นในตลาด จากญี่ปุ่น เป็นจีน ซึ่งปลายเดือนม.ค. นี้ ได้เชิญ 10 สมาคมชิ้นส่วนยานยนต์และที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย สมาคมไทยคอมโพสิท มาหารือร่วมกัน โดยมี.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อสะท้อนปัญหา และหาแนวทางช่วยเหลือให้กับธุรกิจ หากมีปัญหาอะไร ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล กระทรวงอุตฯ จะได้หาข้อสรุปและนำเสนอครม.ต่อไป

“รมว.อุตสาหกรรม เป็นห่วงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นอย่างมาก โดยมอบนโยบายให้กรมฯ เข้าไปเจาะลึกปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแต่ละกลุ่ม เพื่อแก้ได้ถูกจุด ยอมรับว่า ตอนนี้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กของชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ไม่ใช่แค่ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงจากรถสันดาป มาเป็นรถอีวี ที่ใช้ชิ้นส่วนลดลงมาก แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนผู้เล่นในอุตสาหกรรม คือจากญี่ปุ่น เป็นจีน ซึ่งส่วนหนึ่งจีนไม่ได้ใช้ซัพพลายเออร์ในไทย แต่เลือกใช้จากผู้ผลิตในจีนเอง ถ้าไม่เร่งเข้ามาช่วยเหลือ บางรายอาจถึงขั้นต้องปิดตัวและปรับเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นที่ใช้ทักษะที่มีหรือพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางรอด ซึ่งกรมฯ จะนำข้อสรุปในที่ประชุมทั้งหมด เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป”นายภาสกร กล่าว

ส่วนทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ปี 67 นั้น กรมฯได้ตั้งเป้าหมายการส่งเสริมและพัฒนายกระดับผู้ประกอบการกว่า 18,400 ราย คาดจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ภายใต้งบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท และล่าสุดรัฐบาลเตรียมจัดงบประมาณกลางเพิ่มให้อีก 800 ล้านบาท แบ่งเป็น ซอฟต์เพาเวอร์ 700 ล้านบาท แยกเป็นอาหาร 600 ล้านบาท แฟชั่น 100 ล้าน และในส่วนของบีซีจีอีก 100 ล้านบาท ดังนั้นด้วยงบประมาณที่เพิ่มเป็นเกือบ 2,000 ล้านบาท คาดว่า จะทำให้มูลค่าเศรษฐกิจเพิ่มถึง 20,000 ล้านบาทได้

ทั้งนี้ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ภาวะโลกเดือด ภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ และเมื่อโลกเปลี่ยนอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการก็ต้องมีการปรับเพื่อให้พร้อมรับกับอนาคต ดังนั้นกรมฯจะเดินหน้าส่งเสริม ภาคอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับสากล สร้างมูลค่าเพิ่มและประสิทธิภาพกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้กำชับให้ดีพร้อมส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มที่

สำหรับนโยบายสำคัญต้องส่งเสริมให้เอสเอ็มอีปรับตัวให้ทันอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านกลยุทธ์การปรับตัวให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย เศรษฐกิจสุขภาพ , ปรับเปลี่ยนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ , ปรับเพิ่มการเข้าถึงโอกาส ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การให้สินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ แต่ขาดหลักประกันหรือหลักประกันไม่เพียงพอให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ภายใต้ความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และสถาบันการเงินต่าง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงอุตฯ ดัน 'GMT SMEs' By DIPROM ยกระดับ SMEs ไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อม ผนึก 'ส.อ.ท.' ต่อยอดรับแรงแข่งขันการค้าโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ผ่านการผลักดัน “Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)” มาตรฐานการผลิตสำหรับ SMEs ไทย ครอบคลุมการประเมิน 5 ด้านสำคัญ

‘ดีพร้อม’อัดสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอี

‘ธนกร’ สั่ง ‘ดีพร้อม’ เร่งเดินหน้า Quick Big Win อัดฉีดสินเชื่อ ‘เงินไว by DIPROM’ ช่วยเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อยดอกเบี้ย 50 สตางค์ กระตุ้นโค้งสุดท้ายปลายปี ดีมานด์พุ่ง!! 30%