
สนค. ติดตามมาตรการทางการค้าสมัยใหม่ และศึกษาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งทางการค้าสินค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ พบพลังงานสะอาดเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แนะไทยเร่งเพิ่มการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปใน SMEs และครัวเรือน ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอน
9 ก.พ. 2567 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งการเผาไหม้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จำนวนมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดย International Energy Agency ระบุว่า ในปี 2564 การเผาไหม้พลังงานปล่อย CO₂ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 หรือ 423 ล้านตัน ทุกภาคส่วนทั่วโลกจึงร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการลด
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) นอกจากนี้ ประเทศหรือกลุ่มประเทศที่สำคัญเริ่มบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ สหภาพยุโรปออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Cross Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับสินค้านำเข้าบางประเภท ในขณะที่หลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ กาตาร์ จีน และญี่ปุ่น มีกลไกตลาดคาร์บอน ที่เป็นตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ระหว่างผู้ที่ปล่อยคาร์บอนและผู้ที่ดูดซับคาร์บอน ซึ่งเป็นเครื่องมือจูงใจให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ไปสู่การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ในอนาคต หลายประเทศมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบมีต้นทุนการบริหารจัดการและการค้าเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้า เศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุน ดังนั้น ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเตรียมการรองรับมาตรการทางการค้าแนวใหม่ โดยแนวทางหนึ่งคือการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy) เพิ่มขึ้น เนื่องจากพลังงานสะอาด คือ พลังงานที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การแปรรูป การใช้พลังงาน และการจัดการของเสียจากการผลิตหรือการใช้พลังงาน ตัวอย่างพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล และพลังงานความร้อน
พลังงานสะอาดยังช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตพลังงานสะอาด และลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตอื่นที่ใช้พลังงานสะอาด โดยภาคเอกชนที่ผลิตพลังงานสะอาดสามารถขอรับใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) และได้รายได้จากการขาย RECs ดังกล่าว ให้กับผู้ผลิตอื่นที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด สำหรับผู้ผลิตที่ใช้พลังงานสะอาดสามารถใช้ RECs เพื่อแสดงกิจกรรมการลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อมได้ จึงช่วยลดจำนวนและต้นทุนการซื้อคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้ การผลิตพลังงานสะอาดยังเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนโดยตรงมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิตเหล่านี้
นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานสะอาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากรายงาน World Investment Report 2023 โดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) ระบุว่า ในปี 2565 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ทั่วโลกลดลงร้อยละ 12 แต่การลงทุนระหว่างประเทศในการผลิตพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2558 – 2565 จำนวนโครงการที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21 และในปี 2565 จำนวนโครงการที่จะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 8 จากปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม จะเห็นได้ว่านักลงทุนสนใจการผลิตพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น
สำหรับไทยให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาด โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment of Thailand: BOI) ได้จัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนเชิงรุก 4 ปี (พ.ศ. 2567 – 2570) ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยในอุตสาหกรรมกลุ่ม BCG ประกอบด้วย เกษตร อาหาร การแพทย์ รวมถึงพลังงานสะอาด ที่ผ่านมา การลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจหมุนเวียนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ประเภทสาธารณูปโภค กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า
หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน อาทิ แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ (ยกเว้น ขยะหรือเชื้อเพลิงจากขยะ) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 – 2565 มีโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน รวม 1,245 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1.46 แสนล้านบาท โดยมูลค่าการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.3
อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตพลังงานสะอาดของไทยยังค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ในประเทศ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ในปี 2565 ความต้องการใช้พลังงานในแต่ละสาขามีสัดส่วน ความต้องการใช้พลังงานของสาขาอุตสาหกรรมการผลิต คิดเป็นร้อยละ 39 ของความต้องการทั้งหมด ขนส่ง ร้อยละ 38
ภาคครัวเรือน ร้อยละ 12 ธุรกิจการค้า ร้อยละ 8 เกษตรกรรม ร้อยละ 3 ก่อสร้าง ร้อยละ 0.2 และเหมืองแร่ ร้อยละ 0.1 ในขณะที่ ในปี 2565 ไทยสามารถผลิตพลังงานสะอาดภายในประเทศได้ 19,645 ktoe และการใช้พลังงานสะอาดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.06 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ในครัวเรือนเท่านั้น การผลิตพลังงานสะอาดให้เพียงพอกับภาคอุตสาหกรรมและสาขาอื่นจึงเป็นสิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่อเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมให้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น
ผอ.สนค. เสนอว่า ทุกภาคส่วนควรร่วมกันสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ครัวเรือน และองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) หรือพลังงานสะอาดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ลดต้นทุนค่าพลังงาน และเพิ่มรายได้จากการขายพลังงานคืนให้กับหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ภาครัฐควรพัฒนาระบบนิเวศของตลาดคาร์บอน (Carbon Market) อาทิ ลดข้อจำกัด พัฒนาตลาดให้สอดคล้องกับตลาดสากล เผยแพร่ให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากตลาดคาร์บอน รวมถึงผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯโรดโชว์ แวะจีบอังกฤษ ลงทุนนวัตกรรม
นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม
'อนุทิน' โรดโชว์อังกฤษ โชว์เสถียรภาพรัฐบาล ชวนยักษ์ใหญ่ลงทุน AI-พลังงานสะอาด
นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI -วิทยาศาสตร์ -เทคโนโลยี-นวัตกรรม
GPSC ชู Helios รุกพลังงานสะอาด ส่ง Getz AKK UJV เซ็น EPC โซลาร์ฟาร์ม 148 MW
นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. พร้อมด้วย นายศิริพงษ์ รุ่งโรจน์กิติยศ นายอังกฤษ รุ่งโรจน์กิติยศ และนายมนัสชัย คงรักษ์กวิน กรรมการ บริษัท เฮลิออส 1 และ 2 จำกัด (Helios 1&2 Co.,Ltd.) ร่วมด้วย นายพีรพล อำไพวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกทซ์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Getz) และผู้แทนจาก AKK Energy ร่วมพิธีลงนามสัญญาจ้างงานออกแบบ จัดหา และก่อสร้าง (EPC) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือ Solar Farm ระหว่าง บริษัท เฮลิออส 1 จำกัด (Helios 1 Co.,Ltd.) และ บริษัท เฮลิออส 2 จำกัด (Helios 2 Co.,Ltd.) ในฐานะเจ้าของโครงการ กับกิจการร่วมค้า Getz AKK Joint Venture
‘กสิกร’ออกหุ้นกู้อายุ10ปี มูลค่า800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวสอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

