
“ธ.ก.ส.” เตรียมชงบอร์ดผุดซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ หวังปั้นเป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าเกษตร-สินค้าเกษตรแปรรูป ปักธงเริ่มดำเนินการได้ภายในปีบัญชี 2567 พร้อมหนุนเกษตรกรเพิ่มมูลค่าหวังดึงดูดใจกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนที่จะเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ตามแผนยุทธศาสตร์ปีบัญชี 2567 (เม.ย.67-มี.ค.68) ในการจัดทำแพลตฟอร์มซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เป็นตัวกลางในการนำสินค้า หรือสินค้าแปรรูปทางการเกษตรขึ้นมาขายผ่านระบบออนไลน์ จะช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้า และรายได้ของเกษตรกรให้มั่นคงมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ธ.ก.ส. อาจจะยังไม่มีความเชี่ยวชาญหรือคล่องตัวในด้านการทำตลาดมากนัก แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางที่จะเข้าไปดำเนินการ โดยอาจเข้าไปร่วมทุนในมิติของระบบการแบ่งปันผลกำไร (Profit Sharing) ได้หรือไม่ โดยให้มืออาชีพเข้ามาดำเนินการ และธนาคารเข้าไปมีส่วนร่วมโดยการนำสินค้าเข้าไปขายในราคาต้นทุน และเอากำไรทั้งหมดส่งตรงไปยังเกษตรกร
“ธ.ก.ส. มีสินค้า A Product อยู่แล้ว จำนวนมหาศาล แต่ที่ผ่านมาคนอาจจะยังไม่รู้ว่า A Product คืออะไร ดังนั้นจากนี้ไปเราแต่งตัวใหม่และเอาสินค้าเหล่านั้นขึ้นไปขายบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้คนที่มีกำลังซื้อสูงหรือคนทั้งประเทศรู้จักผลิตภัณฑ์ของ ธ.ก.ส. มากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้า A Product คุณภาพดี แต่หลาอย่างยังไม่ได้ทำให้ถูกรู้จักเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเวลาขายไม่ได้ขายเป็นล็อตใหญ่ กำลังการผลิตไม่แน่นอน ตารางการผลิตไม่แน่นอน เหล่านี้เป็นเรื่องที่ ธ.ก.ส. จะต้องเข้าไปช่วยบริหารจัดการ โดยมองว่าทันทีที่เสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ก็คาดว่าจะเริ่มดำเนินการแพลตฟอร์มซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ได้ภายในปีบัญชี 2567” นายฉัตรชัย กล่าว
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ต้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งธนาคารมีเงินทุนที่พร้อมจะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงจะเข้ามาช่วยในเรื่องการนำองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ ด้านการดีไซต์ การออกแบบ ด้านการตลาด เพื่อให้สามารถขายสินค้าเหล่านี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ธ.ก.ส. มองว่าพัฒนาและยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากปริมาณการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้ผ่านการท่องเที่ยวในระดับชุมชน ทั้งชุมชนที่ธนาคารสนับสนุนอยู่ หรือผ่านเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือการท่องเที่ยวผ่านเส้นทางรถไฟ โดยหลักการสำคัญ คือ ต้องทำให้ขายได้ และเกษตรกรได้เงิน โดยการตัดตัวกลางออก เพราะปัจจุบันระบบขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น การขายออนไลน์ทำได้ดีขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โสภณ' ปลุกพลัง สร.ธกส. หนุนสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ชูทีมเวิร์กและธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมสัมมนาคณะกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ประจำปี 2569
'ศุภจี' แจง กระทู้ สว. ใช้ห้องเย็นยืดอายุผลไม้ นำการตลาดแบบใหม่ช่วยเกษตรกร ดึงอินฟลูฯผลักดันสินค้า
ในการประชุมวุฒิสภา(สว.) ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ
‘ธ.ก.ส.’เจ้าภาพ Regional Policy Forum เปิดเวทียกระดับภาคเกษตรผ่านห่วงโซ่มูลค่า
‘ธ.ก.ส.’ เป็นเจ้าภาพจัดงาน Regional Policy Forum ยกระดับภาคเกษตรผ่านห่วงโซ่มูลค่า พร้อมสร้างแบรนด์สู่เกษตรมูลค่าสูง เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาเกษตรกรรมและชนบทในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค
‘ธ.ก.ส.’ลุยเปิดตัว2เงินฝากใหม่ชูดบ.ขั้นบันไดสูงสุด8.88%ต่อปี
‘ธ.ก.ส.’ เปิดตัว 2 เงินฝากใหม่ ‘เงินฝากกำปั่นทอง’ ให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได สูงสุด 8.88% ต่อปี ดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน และ ‘เงินฝากกระบุงทอง’ รับดอกเบี้ยรายเดือนทุกเดือน ที่ 1.38% ต่อปี ระยะเวลาฝาก 188 วัน

