'สุริยะ' ลุยแก้ตั๋วแพง สั่งเพิ่ม 38 เที่ยวบิน 1.3 หมื่นที่นั่งช่วงสงกรานต์

‘สุริยะ’เปิดมาตรการระยะสั้น แก้ปัญหาตั๋วเครื่องบินแพง สั่งเพิ่มเที่ยวบินช่วงสงกรานต์ รวม 38 เที่ยวบิน มีที่นั่งเพิ่ม 1.3 หมื่นที่นั่ง ด้าน 6 สายการบิน เตรียมอัดโปรฯ ตั๋วราคาพิเศษ ครอบคลุมเส้นทางทุกภูมิภาค สนองความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร

29 ก.พ.2567-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ได้สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), หน่วยงานบริหารและกำกับดูแลสนามบิน, สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคการขนส่งทางอากาศและการท่องเที่ยว ไปพิจารณาร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาค่าโดยสารทางอากาศที่มีราคาสูง และแผนรองรับการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล เพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เป็นไปตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยได้ประชุมนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2567) กพท. จึงได้จัดการประชุมอีกครั้ง ร่วมกับ 6 สายการบินที่ให้บริการในเส้นทางการบินภายในประเทศ ได้แก่ สายการบินไทย สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินนกแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท เพื่อสรุปมาตรการลดผลกระทบจากราคาค่าโดยสารที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงแผนการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินให้เพียงพอต่อความต้องการช่วงเทศกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 ที่จะถึงนี้

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบความพร้อมและความสามารถในการทำการบินจริงของแต่ละสายการบิน พร้อมทั้งมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงเทศกาลให้มากที่สุด ซึ่งในเบื้องต้นจะเป็นการเพิ่มเที่ยวบินเข้าสู่ระบบทั้งก่อนและหลังเวลาปฏิบัติการบินปกติในสนามบินที่มีความต้องการเดินทางสูง ให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้มีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 รวมระยะเวลา 5 วัน หรือระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน

สำหรับมาตรการระยะสั้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 มีแผนเพิ่มเที่ยวบินพิเศษจำนวน 38 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน 2567 และวันที่ 15-16 เมษายน 2567 ในเส้นทางครอบคลุมทุกภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี เป็นต้น ซึ่งจากการเพิ่มเที่ยวบินดังกล่าว จะทำให้มีตั๋วโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้นประมาณ 13,000 ที่นั่ง ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มเที่ยวบินในรอบเช้า และรอบค่ำนอกช่วงเวลาเที่ยวบินที่มีอยู่ตามปกติ ดังนั้นสายการบิน จึงเตรียมจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษ เพื่อให้มีราคาที่ถูกลง และให้สอดคล้องกับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า จากมาตรการดังกล่าว ได้มอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.),บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เตรียมความพร้อมในการขยายเวลาดำเนินการตามที่สายการบินกำหนด โดยจะวางแผนการดำเนินการภายในหน่วยงาน เพื่อจัดทำแผนบุคลากร รองรับการให้บริการผู้โดยสารในห้วงเวลาดังกล่าว และกำหนดแนวทางการสนับสนุนการดำเนินการระหว่างกัน ทั้งนี้ จะเร่งเตรียมความพร้อม เพื่อให้ทันต่อการเดินทางของผู้โดยสาร และเพิ่มความคล่องตัวของระบบการขนส่งทางอากาศให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม และทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงฯ มีความห่วงใยต่อประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง มีราคาสมเหตุสมผล และมุ่งเน้นด้านความปลอดภัย รวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภัทรพงศ์'ปลื้ม2แอร์ไลน์ยุโรปบินตรงกระบี่ดันฮับท่องเที่ยวคุณภาพ

'ภัทรพงศ์' เดินหน้านโยบาย Airport for Regional Development สายการบินขอสล็อตบินตรงกระบี่จากฟินแลนด์และเดนมาร์ก รับฤดูหนาว 69/70ชี้ช่วยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรปเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ