
‘อนุทิน’ นำทีม ททท.เดินหน้าขยายความร่วมมือท่องเที่ยวไทย–จีน เจรจา Sichuan Airlines เพิ่มเที่ยวบิน-เปิดเส้นทางใหม่สู่เชียงใหม่ หัวหิน และอู่ตะเภา พร้อมจับมือ Meituan และลงนาม LOI กับ 5 บริษัทชั้นนำของจีน เร่งทำตลาดดิจิทัล ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตั้งเป้าปี 2569 กว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2.88 แสนล้านบาท
20 ก.ค.2569-นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ ได้มีการจัดประชุมหารือธุรกิจแบบ One-on-One กับผู้บริหารสายการบิน Sichuan Airlines และบริษัท Meituan ในวันที่ 18 กรกฏาคม 2569 ณ นครเฉิงตู เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างไทย–จีน โดยสำหรับ Sichuan Airlines จะมีการหารือถึงแนวทางการเพิ่มเที่ยวบินและขยายเส้นทางบินตรงจากเมืองสำคัญในภาคตะวันตกของจีนมายังประเทศไทย โดยเฉพาะการสนับสนุนการกลับมาให้บริการเส้นทางบิน เฉิงตู-เชียงใหม่ และการเปิดเส้นทางบินใหม่สู่สนามบินหัวหินและสนามบินอู่ตะเภา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและกระตุ้นการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคจีนตะวันตก ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่การหารือกับบริษัท Meituan ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ดิจิทัลชั้นนำของจีน จะมุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านการตลาดผ่านแพลตฟอร์มของ Meituan เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ตลาด การจัดทำ Thailand National Campaign ภายใต้แนวคิด Two-Way Tourism พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ World Class Gastronomy Destination ผ่าน Black Pearl Restaurant Guide และร่วมขับเคลื่อนโครงการ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ
นอกจากนี้ เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงปักกิ่ง ททท. ยังได้ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) ระหว่าง ททท. และผู้บริหาร 5 บริษัทพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ China Tourism Group (CTG), Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull เพื่อมุ่งประชาสัมพันธ์แบรนด์ Amazing Thailand ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism) พร้อมประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้าน Smart Tourism เพื่อการทำตลาดเชิงลึก ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคุณภาพและกลุ่มพรีเมียม พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล
ทั้งนี้ จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้วกว่า 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยตลาดจีนยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายกว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 288,385 ล้านบาท ในปี 2569
สำหรับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์สู่การเดินทางด้วยตัวเองส่งผลให้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามามีบทบาทในการยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของประสบการณ์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้กับพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ รวมถึงจังหวัดเมืองรองให้สามารถพัฒนาและแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น โดย ททท. ได้เร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทางคุณภาพของประสบการณ์ และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม การเสริมความร่วมมือทั้งด้านการเชื่อมโยงทางอากาศ การตลาดดิจิทัล และการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย–จีน กระตุ้นการเดินทางและขยายฐานตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน พร้อมฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กสิกรไทยโชว์ครึ่งปี 69 กำไร 27,915 ล้านบาท
กสิกรไทยเผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 27,915 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

