'ธปท.' ปักหมุดศก.ปี 64 โตได้ 0.9% แจงไทยยังไม่เหมาะขึ้นดอกเบี้ย

“ธปท.” ปักหมุดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 0.9% คาดโอมิครอนเริ่มแผลงฤทธิ์ครึ่งแรกของปี 2565 แจงไทยยังไม่เหมาะเกาะเทรนด์ขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เหตุเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว

30 ธ.ค. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวตามเป้าหมายที่ระดับ 0.9% แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่ประเมินว่าจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1/2565 มากกว่า ขณะที่สัญญาณเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค. 2564 ทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการประเมินในเบื้องต้นว่า การระบาดของโอมิครอนจะส่งผลกระทบในครึ่งแรกของปี 2565 ซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวมากนัก เนื่องจากมองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลังมากกว่า ขณะที่ผลกระทบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ได้รวมเข้าไปในการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2565 ที่ 3.4% เรียบร้อยแล้ว

“มองว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของการระบาดได้ โดยมาตรการด้านสาธารณสุขของประเทศไทยน่าจะยังมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์การระบาดได้ แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เนื่องจากการระบาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” นางสาวชญาวดี กล่าว

นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ธปท. ยืนยันว่ายังให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นหลัก ดังนั้นในแง่ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น อาจจะต้องพิจารณาสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แม้ว่าปัจจุบันหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมหลัก อยู่ในภาวะแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ก่อน แต่ในส่วนของไทยที่เศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ อาจต้องใช้เวลา ดังนั้นแม้หลายประเทศจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไทยก็อาจไม่จำเป็นต้องขึ้นตาม เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่างกัน

ขณะที่การดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายย่อยนั้น ที่ผ่านมาได้มีการออกมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และในระยะข้างหน้าก็มีการปรับมาตรการให้ยืดหยุ่นมากขึ้น จากสถานการณ์การระบาดที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการในระยะต่อไป และช่วยให้มีภาระหนี้สอดคล้องกับรายได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือน ธ.ค. 2564 นั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ปัญหา supply disruption ทั้งการขาดแคลนวัตถุดิบ ชิ้นส่วนการผลิต และตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า ปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดประเทศ

นอกจากนี้ การใช้จ่ายภายในประเทศของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุน ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรายจ่ายเงินโอน ส่วนอุปสงค์ที่ฟื้นตัวทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทยอยปรับดีขึ้น ขณะที่ปัญหา supply disruption ทั้งการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และการขนส่งสินค้าทยอยคลี่คลายลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบกับราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ตั้ง 5 ปมสำคัญ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1.6 พันล้าน เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์อะไร

‘รองหน.ปชป.’ ชี้รัฐบาลจะต้องทบทวนว่างบพันล้านก้อนนี้ เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์อะไร ใครจะได้ใช้จนเกิดมูลค่าจริง และระหว่างการเอาเงินไปถมกำไรให้ต่างชาติผ่านสัญญาเช่าที่ใช้ไม่หมดก็ต้องทิ้งไปกับการปักเสาเข็มสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คนไทยเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง

กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม

กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน

สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% คาดทั้งปีโต 2%

‘สภาพัฒน์’แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% อนินสงค์การลงทุนรวมที่เติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 คาดขยายตัวในช่วง 1.5 - 2.5% ค่ากลางอยู่ที่ 2.0% เตือนวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันสูงต่อเนื่องหวั่นกระทบกับเงินเฟ้อและค่าครองชีพประชาชน