
‘ท่าอากาศยานอู่ตะเภา’กางแผนทำการตลาด ‘จีน-อินเดีย-กัมพูชา-มาเลย์-ไต้หวัน’ดึงแอร์ไลน์เปิดบินตรง ตั้งเป้าปี 67 มีผู้โดยสาร 6 แสนคน ชี้ชาวรัสเซียยังครองเบอร์ 1 ด้าน ’แอร์เอเชียเอ็กซ์’จ่อเปิดไฟลท์ปฐมฤกษ์ ’อู่ตะเภา-กัวลาลัมเปอร์’ 17 มิ.ย.นี้
5 เม.ย.2567-นาวาเอก รตน วันภูงา หัวหน้าฝ่ายอำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา-ระยอง-พัทยา ได้เปิดให้บริการทั้งการบินภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง (ชม.) ภายหลังได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีความยาวทางวิ่ง 3,505 เมตร สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ทั้ง B777 , B787 , A330 รวมถึง Antonov และอยู่ระหว่างการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 (รันเวย์ที่ 2) วงเงิน 15,200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้งานภายในปี 2571
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา-ระยอง-พัทยา มีขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ประมาณ 3 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินได้ 17 เที่ยวบินต่อชั่วโมง โดยเมื่อปี 2566 มีผู้โดยสารจำนวน 4.4 แสนคน และในปี 2567 ตั้งเป้าหมายจะมีผู้โดยสารจำนวน 6 แสนคน หรือโตขึ้นประมาณ 36% หลังเชื่อว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนจะเดินทางเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 (ก.ย. 2566-มี.ค. 2567) มีผู้โดยสารแล้วจำนวน 2.8 แสนคน ส่วนใหญ่จะยังเป็นผู้โดยสารชาวรัสเซีย ขณะที่ ช่วงก่อนโควิด-19 (ปี 2562) มีผู้โดยสารรวมกว่า 1.63 ล้านคน ด้านจำนวนเที่ยวบินในปี 2566 นั้น อยู่ที่ประมาณ 6.1 พันเที่ยวบิน และคาดการณ์ว่า ในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ท่าอากาศยานฯ จะทำการตลาดไปยังประเทศจีน, อินเดีย, กัมพูชา, มาเลเซีย และไต้หวัน เพื่อดึงผู้โดยสารมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

นาวาเอก รตน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา-ระยอง-พัทยา มีสายการบินภายในประเทศให้บริการ 2 สายการบิน คือ 1.สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการ 2 เส้นทางทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ทั้งขาไป และขากลับ รวม 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ คือ เส้นทางอู่ตะเภา-สมุย และและอู่ตะเภา-ภูเก็ต และ 2.สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ให้บริการเส้นทาง อู่ตะเภา-เชียงใหม่ ทุกวันอังคาร,พฤหัส,อาทิตย์ รวมจำนวน 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะที่ เที่ยวบินระหว่างประเทศนั้น ได้ให้บริการแบบประจำ คือ สายการบิน ฟลายดูไบ (Flydubai) เส้นทางบินตรงอู่ตะเภา-ดูไบ (ทุกวัน) และแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) โดยสายการบิน Azur Air จากรัสเซีย ในเส้นระหว่างอู่ตะเภา-รัสเซีย (6 เมือง) ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของท่าอากาศยาน
นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา-ระยอง-พัทยา อยู่ระหว่างการยกระดับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ โดยล่าสุดได้ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในการขอขยายเส้นทางรถสองแถวเชื่อมมายังท่าอากาศยานฯ ทั้งนี้ ปัจจุบันรถสองแถวได้วิ่งให้บริการในเส้นทางสัตหีบ-กิโล 10-บ้านฉาง-ระยอง ซึ่งจะขอขยายเส้นทางเพิ่มจากกิโล 10 ให้วิ่งมารับ-ส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานฯ ก่อนจะไปบ้านฉาง-ระยองต่อไป เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสารเชื่อมต่อท่าอากาศยานอู่ตะเภา ส่วนระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ที่ให้บริการในขณะนี้ จะมีทั้งรถแท็กซี่ เส้นทางอู่ตะเภา-ระยอง อู่ตะเภา-พัทยาเหนือ, รถมินิบัส เส้นทางเส้นทางอู่ตะเภา-ตราด, อู่ตะเภา-ชลบุรี และรถลีมูซีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%
นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ
‘พิพัฒน์’ย้ำสงกรานต์น้ำมันไม่ขาดเร่งอัดดีเซลเข้าสต็อกวันละ 10 ล้านลิตร
‘คมนาคม’กางแผนรับมือวิกฤตราคาน้ำมันตึงตัว ย้ำสงกรานต์น้ำมันไม่ขาด เร่งอัดดีเซลเข้าสต็อกวันละ 10 ล้านลิตร พร้อมดันใช้ ดีเซลB20 เข้าสู่ตลาดเป็นตัวเลือกภาคขนส่งปลายสัปดาห์นี้ ย้ำยังตรึงค่าโดยสารทุกระบบทั่วประเทศ
อ่วม!ตะวันออกกลางตึงเครียดกระทบเที่ยวบินไทยยกเลิกกว่า 1,000 เที่ยว
'วิทยุการบินฯ‘ ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบปริมาณเที่ยวบินในไทยยกเลิกแล้วกว่า1พันเที่ยว ‘สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต‘ หนักสุด คาดปี 69 เที่ยวบินยังโตไม่เกิน 3% พร้อมจับตาราคาน้ำมัน-ปรับเส้นทางบินใกล้ชิด

