‘คมนาคม’กางแผนรับมือวิกฤตราคาน้ำมันตึงตัว ย้ำสงกรานต์น้ำมันไม่ขาด เร่งอัดดีเซลเข้าสต็อกวันละ 10 ล้านลิตร พร้อมดันใช้ ดีเซลB20 เข้าสู่ตลาดเป็นตัวเลือกภาคขนส่งปลายสัปดาห์นี้ ย้ำยังตรึงค่าโดยสารทุกระบบทั่วประเทศ
25 มี.ค. 2569 -นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ว่า จากเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานในประเทศไทย และอาจมีผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น กระทรวงคมนาคม คาดการณ์ว่า ในปี 2569 พฤติกรรมการเดินของประชาชนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ที่ คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง แนวโน้มการเดินทางกลับบ้านของประชาชนลดลง โดยมีการปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลเป็นระยะใกล้ รวมทั้งประชาชนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจึงได้เตรียมมาตรการรองรับอย่างเต็มที่ โดยประสานให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เติมน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บที่สถานีขนส่งทั่วประเทศของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ให้เต็มศักยภาพ เพื่อรองรับทั้งรถโดยสารประจำทางและรถเสริมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 พร้อมย้ำว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จะไม่เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในขณะนี้ รวมถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จะไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยระบบขนส่งสารสาธารณะในทุกระบบ แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม จะมีการพิจารณาต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะการขาดแคลนน้ำมันดีเซลอย่างอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะส่วนต่างระหว่างความต้องการใช้น้ำมันกับกำลังการผลิตที่ขาดหายไปประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้ภายหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่กำลังการผลิตของโรงกลั่นอยู่ที่ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนในระบบ
“รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีการดึงน้ำมันสำรองออกมาอัดฉีดเข้าสู่ระบบเพิ่มวันละประมาณ 10 ล้านลิตร เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบ พร้อมทั้งปรับลดสัดส่วนน้ำมันสำรอง เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ หลังรัฐบาลได้ยกเลิกการสำรองส่วนที่เพิ่มขึ้น 1.5% โดยกลับมาใช้เกณฑ์สำรองที่ 1% ตามเดิม เพื่อให้ผู้ค้าสามารถนำน้ำมันที่สำรองไว้ออกมาจำหน่ายในตลาดได้ทันที ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้จัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อทดแทนแหล่งผลิตในประเทศและรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”นายพิพัฒน์ กล่าว
อย่างรก็ตามในส่วนของมาตรการลดภาระต้นทุนภาคขนส่งนั้น รัฐบาลเตรียมผลักดันน้ำมันดีเซล B20 เข้าสู่ตลาดภายในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยจะกำหนดราคาจำหน่ายให้ต่ำกว่าน้ำมัน B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เป็นทางเลือกหลัก ทั้งในกลุ่มรถบรรทุก รถขนส่งสินค้า รถโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะรถทัวร์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี รวมถึงภาคระบบราง รวมถึงเรือที่มีศักยภาพรองรับการใช้งาน แต่ไม่ใชสำหรับสเปค Euro 5 สามารถใช้ได้ทั้งหมด โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายการผลิตน้ำมัน B20 ไว้ที่ประมาณ 16 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคขนส่งและอุตสาหกรรมในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
“ยืนยันว่าขณะนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะในทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง รถทัวร์ รถไฟ หรือเรือโดยสาร เช่น เรือคลองแสนแสบ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบในช่วงเทศกาลสำคัญ ส่วนมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มภาคขนส่ง เช่น อาจจะเป็นการให้คูปองส่วนลดค่าน้ำมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป”นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมการในการอำนวยความสะดวกและการให้บริการด้านคมนาคมสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในปีนี้อย่างเต็มที่ โดยได้คาดการณ์ปริมาณจราจรในช่วง 10 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้าและออกจากกรุงเทพมหานครบนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ รวม 10.65 ล้านคัน และบนทางพิเศษ (ทางด่วน) รวม 15.89 ล้านคัน และจากการคาดการณ์ในส่วนของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารสาธารณะ และเครื่องบิน รวม 18.58 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็น การเดินทางภายใกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 11.50 ล้านคน-เที่ยว การเดินทางระหว่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชาชนมีความต้องการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล เพิ่มขึ้น 10% และการเดินทางในเส้นทางระหว่างเมือง เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 2568
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 ระยะเวลารวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าหมาย ลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5% นอกจากนี้ ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมโดยได้เน้นย้ำในเรื่องของการให้บริการประชาชนที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค รวมทั้งให้หยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ และขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมขอความร่วมมือให้ประชาชนวางแผนการเดินทาง พร้อมทั้งคำนึงถึงการใช้น้ำมัน และใช้พลังงานอย่างประหยัดและเหมาะสม โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสำหรับการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
นายพิพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเตรียมอำนวยความสะดวกและให้บริการฟรีแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย 1.ยกเว้นค่าผ่านทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้แก่ ทางด่วนบูรพาวิถี และทางด่วนกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ของ กทพ. รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และทางด่วนอุดรรัถยา และทางด่วนเฉลิมมหานคร รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. 2.ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพมหานคร - เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี)
ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ทล.เปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) ตลอด 24 ชั่วโมง คล้ายกับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่ผ่านมา โดยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออก กทม. ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 อีกทั้งจะเปิดทางออกด่านมวกเหล็กด้วย และเป็นขาเข้า กทม. ระหว่างวันที่ 14-19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง-นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า ส่วนภาพรวมการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M6 นั้น ปัจจุบัน คืบหน้า 99.01%
อย่างไรก็ตามขณะนี้เหลือการก่อสร้าง 2 ตอน จากทั้งหมด 40 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 4 ช่วงกิโลเมตรที่ 9–15 ในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 ส่วนตอนที่ 21 ช่วงกิโลเมตรที่ 82–86 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันยังคงเหลืองานก่อสร้างสะพานฝั่งขวาทางเป็นหลัก โดยงานฐานรากสะพาน งานเสาตอหม้อ และงานติดตั้งชิ้นส่วนสะพาน ทั้งนี้ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อสร้าง คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าหมายจะเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง ครบทุกด่านตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570
ทั้งนี้ เตรียมประชุมร่วมกับตำรวจทางหลวง มอนิเตอร์สภาพการจราจรตลอดเวลา เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทางทราบว่า การจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 กับถนนมิตรภาพให้สอดคล้องกัน อีกทั้ง ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางเติมน้ำมันให้เพียงพอต่อการใช้งานด้วย ขณะเดียวกัน เปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กม. พร้อมทั้งคืนผิวจราจรบนถนนพระราม 2 ที่มีการก่อสร้าง และหยุดการก่อสร้าง 100% ตั้งแต่วันที่ 10-16 เมษายน 2569 ทำให้สามารถสัญจรได้ 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) หรือฝั่งละ 3 ช่องจราจร ก่อนจะเริ่มปิดเบี่ยงการจราจรอีกครั้งหลังเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 ต่อไป
อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการตลอดเส้นทางเข้า-ออกในบางด่านภายในกรกฎาคม 2569 ก่อนจะเปิดครบทุกด่านภายในกันยายน 2569.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขียวยังไม่มา! 'พิพัฒน์' เผยไร้สัญญาณดึงพรรคการเมืองร่วม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.
'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา
'จุติ' หนุนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เดินหน้าปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบปีละ 1 แสนล.
‘จุติ’ หนุนต่ออายุอีก 2 เดือน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าเร่งปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ประหยัดเงินปีละ 1 แสนล้าน

