นายก สั่งเร่งย้าย 'ท่าเรือคลองเตย' คืนพื้นที่สาธารณะและแก้ปัญหาชุมชนแออัด

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ออกหนังสือเวียน ถึง กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเนื้อหาถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี ในการย้ายท่าเรือออกจากคลองเตย ระบุเพื่อคืนพื้นที่และพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และแก้ปัญหาชุมชนแออัด

7 เม.ย. 2567 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ออกหนังสือเวียน ถึง กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ในการย้ายท่าเรือออกจากคลองเตย

ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 นายกรัฐมนตรี เสนอว่า เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตังกล่าว รวมทั้งประชาชนชาวกรุงเทพในภาพรวม ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่กำหนดให้พิจารณาการย้ายทำเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงขอมอบหมายการดำเนินการ ดังนี้

1. ให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับการทำเรือแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและเป็นไปได้ของการย้ายทำเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้พิจารณาให้ครบวงจร ครอบคลุมถึงการย้ายคลังและโรงเก็บน้ำมันที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย แล้วให้รายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

2.ให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ในส่วนที่ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ว่างหรือเป็นพื้นที่ที่สามารถนำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆในพื้นที่ เช่น ปัญหาชุมชนแออัด ปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง

ทั้งนี้ ให้จัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้ชัดเจน เหมาะสม และแล้วเสร็จโดยเร็ว โดยควรใช้พื้นที่นี้เพื่อประโยชน์สาธารณะของชาวกรุงเทพฯ เป็นสำคัญ แล้วให้รายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดิเรกฤทธิ์' เปิดใจ หลังศาลรธน.รับคำร้อง 40 สว. บรรลุผลสำเร็จการทำหน้าที่

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้อง 40 สว. เพื่อวินิจฉัยว่าการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

'รังสิมันต์' สงสัยโดนวางยาตั้ง 'พิชิต' นั่งรมต. มอง 'เศรษฐา' ไม่ทันเกมการเมือง

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยจะรับหรือไม่รับคำร้องของ 40 สว. เกี่ยวกับคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือไม่

'ณฐพร โตประยูร' ฟันโช๊ะ พิชิตลาออกไม่มีผลต่อคำร้อง 40 สว. ยื่นถอดถอนเศรษฐา

นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นาย เศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ ๑ และนายพิชิต

'ดร.เอ้' เทียบภาวะผู้นำในการบริหารวิกฤติ ระหว่างซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ กับนายกฯเศรษฐา

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง "ภาวะผู้นำในการบริหารวิกฤติของ ซีอีโอสิงคโปร์แอร์ไลน์ vs. นายกรัฐมนตรีไทย ใครสอบตก ใครสอบผ่าน" มีเนื้อหาดังนี้