
กพช.แจงใช้เงิน Take or Pay 1.36 หมื่นล้านบาท หนุนลดค่าไฟฟ้าตั้งแต่ต้นปี พร้อมจับตาราคาแอลพีจีขยับ หลังหมดโควต้าตรึงราคาถึงสิ้นม.ค. นี้ กำชับดูแลสถานการณ์ก๊าซช่วงเปลี่ยนผ่านแหล่งเอราวัณ
6 ม.ค. 2565 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดสรรผลประโยชน์บัญชีเงินที่จ่ายค่าก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าตามปริมาณก๊าซตามสัญญาไปก่อน (Take or Pay) ของแหล่งก๊าซธรรมชาติเมียนมา จำนวน13,594 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการคืนภาครัฐทั้งหมดไปช่วยอุดหนุนค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
โดยจำนวนเงินดังกล่าวถ้าใช้ภายในงวดเดียวลดได้ประมาณ 22 สตางคต่อหน่วย แต่กกพ. ได้เฉลี่ยใช้ลดค่าเอฟทีเป็นขั้นบันได โดยในงวดเดือนม.ค.-เม.ย. ได้นำเงินในส่วนนี้มาอุดหนุนส่งผลให้ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บกับประชาชนอยู่ที่ 1.39 สตางค์ และอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บกับประชาชนอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ยังนำเงินดังกล่าวไปลดราคาค่าก๊าซธรรมชาติให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อลดต้นทุนค่าไฟให้กับประชาชนช่วงสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลราคาพลังงานทั้งค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมันในปี 2565 ซึ่งกรณีของราคาน้ำมันยังยืนยันที่จะตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ถึงสิ้นเดือนมี.ค แต่สำหรับการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่ราคา 318 บาทต่อถัง(ขนาด15 กิโลกรัม) จะสิ้นสุดเดือนม.ค.นี้ หลังจากนั้นจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันไดเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า ที่ประชุม กพช. ยังเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปี 2565 ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยอาจเพิ่มเติมแนวทางการบริหารจัดการอื่นใดได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้สถานการณ์การผลิตก๊าซธรรมชาติของแหล่งเอราวัณ (G1/61) ช่วงเปลี่ยนผ่านมีความต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยได้เห็นชอบ ดังนี้ 1.จัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเต็มความสามารถของแหล่ง รวมถึงจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซเพิ่มเติมจากแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพ ทั้งแหล่งก๊าซในอ่าวไทย และในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย
2.การเลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2565 3.รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนส่วนเพิ่มจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และ/หรือผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) จากสัญญาเดิม กลุ่มชีวมวล ทั้งนี้ ควรมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าไม่เกินกว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าในสัญญาเดิม 4.เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาทดแทนก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดขึ้นอยู่กับศักยภาพของระบบส่งที่รองรับและความเพียงพอของการจัดหาเชื้อเพลิงตามฤดูกาล และ5.รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังน้ำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ เพื่อทดแทนการนำเข้าแอลเอ็นจีตลาดจร โดย กพช. มอบหมายให้ กบง. พิจารณาดำเนินการและกำกับดูแลแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปี 2565 ในแนวทางที่เหมาะสม สอดคล้องตามสถานการณ์ ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยิ้มปี 68 กวาดรายได้ 520,706 ล้านบาท
ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์ผลประกอบการปี 2568 กวาดรายได้ 520,706 ล้านบาท ออนไลน์โตแกร่ง 27.4% ประกาศปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก
พลิกโฉมรากฐานเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานองค์กร
ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนบุคลากรด้าน IT ข้อกำหนดด้าน ESG ที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อจำกัดเชิงปฏิบัติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามมา
‘กรณ์’ ชี้ ‘ภาษีทรัมป์ 10%’ แนะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสการค้าไทย-โลก
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ผ่านเพจส่วนตัว โดยระบุว่า ผ่าแผน ‘ทรัมป์’ ใช้ช่องกฎหมาย 150 วันจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ
'ดีอี' ชี้ กทม.ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้าฟรี เป็นข่าวจริง
ดีอี แจงข่าวจริง “กทม. ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ฟรี” ขอเลือกเชื่อ-แชร์ข้อมูลจากทางการเท่านั้น

