
ทรู คอร์ปอเรชั่น กำไรหลังการปรับปรุงทะลุ 2.4 พันล้านบาท ในไตรมาส 2/2567 พร้อมโชว์ความเข้มแข็งด้วย EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 6 ไตรมาสต่อเนื่อง อันเป็นผลจากแนวทางดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน นำเทคโนโลยียกระดับบริการลูกค้ามุ่งสู่บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำอันดับหนึ่ง
2 สิงหาคม 2567 – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567 ด้วยกำไรที่ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีและหลังปรับปรุงรายการพิเศษ 2.4 พันล้านบาท EBITDA เติบโตเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงจากการให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานและการเพิ่มประสิทธิภาพ บริษัทยังคงย้ำถึงการปรับเปลี่ยนสู่การเป็นบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI และการทำให้กระบวนการทำงานเป็นระบบอัตโนมัติตามเป้าหมายภายในปี 2570
ในไตรมาส 2/2567 ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่มีความซ้ำซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย จำนวน 4,277 ล้านบาท ส่งผลให้มีขาดทุนสุทธิหลังหักภาษี จำนวน 1,879 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว กำไรสุทธิหลังหักภาษีจะอยู่ที่ 2,398 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 1,596 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวที่ดีขึ้นของ EBITDA และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) ที่ลดลง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) สำหรับไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 6,112 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยและการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่การควบรวมกิจการเมื่อปีที่แล้ว ทรู คอร์ปอเรชั่นมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของเราสอดคล้องกับแผนการควบรวมกิจการ โดยมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและ EBITDA แสดงการเติบโตเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน
ทรู คอร์ปอเรชั่นได้วางแผนการเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างกำไรและคุณค่าอย่างยั่งยืนผ่านประสบการณ์ การเติบโต และการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมภายในปี 2568 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำกำไรในปี 2567 เรามั่นใจว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติบโตที่มีกำไร ในขณะที่ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการทำกำไรอย่างยั่งยืนและการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า อุตสาหกรรม ตลาด และประเทศโดยรวม”
นายชารัด เมห์โรทรา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและการเตรียมพร้อมสู่อนาคตว่า “เรากำลังเร่งการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย โดยได้ดำเนินการพัฒนาไปแล้วกว่า 7,100 สถานี จากทั้งหมด 17,000 สถานี ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (NPS) ดีขึ้น เราได้จัดตั้งกลุ่มงานลูกค้าและ AI เพื่อยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย”
นายชารัดกล่าวต่อว่า “การพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยยังคงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด เรากำลังใช้กลยุทธ์แบบ 360 องศาในระดับละเอียดเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มความเร็วสูงสุดของ 5G เป็นสองเท่าผ่านโครงข่ายที่เหนือกว่าและครอบคลุมกว้างที่สุด ทรู คอร์ปอเรชั่นมีเจตนารมณ์ในการลงทุนสำหรับการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยรวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของระบบหลังบ้านแบบอัตโนมัติ (Back-end systems) เพื่อขับเคลื่อนการเป็นดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร ทำให้ทรูก้าวล้ำในการเป็นบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยี จากเสาสัญญาณทั้งหมด 59,000 สถานี เราจะพัฒนา 17,000 สถานีโดยมีแผนพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป 10,000 สถานีภายในปี 2567 และส่วนที่เหลือจะแล้วเสร็จในปี 2568 ยิ่งเราพัฒนามากเท่าไร ประสบการณ์ของลูกค้าก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น”
นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยความยินดีว่า “EBITDA ของทรู คอร์ปอเรชั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ส่งผลให้มีกำไรภายหลังการปรับปรุง 2.4 พันล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2567 รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC เติบโต 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการบริหารผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ รายได้รวมอยู่ที่ 51.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ
รายได้จากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 5.2% (YoY) เนื่องจาก ARPU เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.9% (YoY) รายได้จากบริการออนไลน์เพิ่มขึ้น 5.5% (YoY) โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของ ARPU อย่างต่อเนื่องที่ 9.6% (YoY) รายได้จากบริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (PayTV) เพิ่มขึ้น 7.0% (YoY) จากรายได้ที่สูงขึ้นจากธุรกิจดนตรีและบันเทิง อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าสมาชิกยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
ในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ D&A) ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังการปรับปรุงผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยปัจจัยหลักมาจากประโยชน์ที่ได้รับจากการควบรวมกิจการ ต้นทุนเครือข่ายลดลง 7.6% (YoY) อันเป็นผลจากการประหยัดต้นทุนผ่านการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยและการลดอัตราราคาพลังงาน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 14.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับประโยชน์จากการควบรวมกิจการในโครงการปรับปรุงด้านการค้าและการพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย ทั้งนี้ บริษัทได้ผสานแนวคิดการมุ่งเน้นผลการดำเนินงานเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรและมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง ส่งผลให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทรู คอร์ปอเรชั่นบันทึกการเพิ่มขึ้นของ EBITDA 4,883 ล้านบาทนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ ซึ่งนับเป็นการเติบโตของ EBITDA เป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน สำหรับไตรมาส 2 ปี 2567 EBITDA ปรับตัวดีขึ้น 733 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งหากปรับปรุงด้วยผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 2 ปี 2566 EBITDA จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันเนื่องมาจากการเติบโตของรายได้และการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการที่ 58.6% สำหรับไตรมาส 2 ปี 2567

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จาก “คู่ค้า” สู่ “คู่คิด”...ทรู เดินหน้าสร้างโอกาสธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน เชื่อม AI ดึง GHG Emission Platform จัดการคาร์บอน และความพร้อมเข้าถึงเงินทุนสีเขียว ใน True Partner Forum 2026
เมื่อลูกค้าต้องการเครือข่ายที่ให้มากกว่าความเร็ว พร้อมรองรับทั้งชีวิตดิจิทัล และธุรกิจในยุค AI ตั้งแต่บริการบนคลาวด์ อุปกรณ์ IoT ไปจนถึงบ้าน โรงงาน และเมืองอัจฉริยะ การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทรูและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ การพัฒนาเครือข่าย
ยกระดับความปลอดภัยเพื่อคนไทย! ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก กสทช. ลงพื้นที่สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-เพชรบุรีตรวจเข้มมาตรการลงทะเบียนซิม สกัดการนำเลขหมายใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์
สมุทรสาคร – 8 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับโครงข่ายเชิงรุกรับมือมรสุม-ฝนหนัก-น้ำท่วม ใช้ AI คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสถานีฐานทั่วประเทศ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับความพร้อมโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์พายุฝนตกหนักและความเสี่ยงอุทกภัย ด้วยแนวทางบริหารเครือข่ายเชิงคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า (Predictive and Preventive Network Resilience) นำ AI วิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง สภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อมูลโครงข่าย เพื่อประเมินพื้นที่และสถานีฐานที่มีความเสี่ยงล่วงหน้า
ทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมทีมเน็ตเวิร์กภาคเหนือ รับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน-พะเยา เร่งด่วนดูแลสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านให้การสื่อสารได้ต่อเนื่อง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมทีมเน็ตเวิร์กภาคเหนือรับมือสถานการณ์อุทกภัยใน จ.น่าน และ จ.พะเยา อย่างเร่งด่วน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะใน อ.ปัว จ.น่าน ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กระทบบ้านเรือนและเส้นทางสำคัญ
สร้างคนสู่อนาคตเศรษฐกิจอวกาศไทย!ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก ม.เทคโนโลยีมหานคร และ GalaxySpace เปิดตัว “ASTRA” วางกรอบพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ เชื่อมองค์ความรู้ด้านอวกาศ–AI–การเชื่อมต่อ–งานวิจัย- สู่การใช้งานจริง
กรุงเทพฯ, 17 สิงหาคม 2569 — ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และ GalaxySpace เปิดตัวโครงการ ASTRA (Accelerated Space Technology, Research & Applications) โดยให้ “การพัฒนาคน” เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าใจเทคโนโลยีอวกาศ เชื่อมโยงข้อมูลจากอวกาศกับ AI และระบบการสื่อสาร พร้อมนำองค์ความรู้ไปพัฒนาเป็นงานวิจัย นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ที่ตอบโจทย์จริงของประเทศและภาคอุตสาหกรรม
ทรู โชว์Q2/69 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้านบาท
ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานงบไตรมาส 2/2569 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 หนุนด้วยรายได้ที่เติบโตและวินัยทางการเงิน พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้านบาทขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5%

