
ไชยันต์ ไชยพร
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงหนังสือ ปฏิวัติรัฐประหารและกบฏจลาจล ในสมัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ของ ว.ช. ประสังสิต ที่ติพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2492 หลังการรัฐประหารเป้นเวลาราว 2 ปี ที่ตีพิมพ์หนังสือมอบอำนาจวันที่ 11 พฤศจิกายน 2490 และคำสาบานตัวต่อหน้าพระรัตนตรัยและทวยเทพอันศักดิ์สิทธิ์ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมวันที่ 19 พฤศจิกายน 2490 ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม การมอบอำนาจและคำสาบานย่อมทำให้จอมพล ป. กลับมาเป็นวีรบุรุษของชาวไทยที่พอใจกับการทำรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน หลังจากที่เขาเคยเป็นวีรบุรุษก่อนหน้านี้ในครั้งที่เขาเป็นนายทหารที่นำการปราบกบฏบวรเดชในปี พ.ศ. 2476 โดยเชื่อว่า การทำรัฐประหารภายใต้การนำของเขานั้น ตัวเขาจะไม่ขอกลับมามีตำแหน่งใดๆอีก เป็นการเสียสละที่เสี่ยงทำรัฐประหารเพื่อให้ผู้คนในชาติได้มีชีวิตที่ดีขึ้น “ให้ประเทศชาติร่มเย็น และก้าวขึ้นสู่ความเป็นอารยะ มิได้มักใหญ่ใฝ่สูงในส่วนตัวด้วยประการใดๆ”
จอมพล ป. พิบูลสงครามมีความจริงใจแค่ไหนในการมอบอำนาจแก่รัฐบาลพลเรือนของนายควง อภัยวงศ์ และคำสาบานที่จะไม่ขอกลับมามีตำแหน่งใดๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า เขาได้ผิดคำพูดในหนังสือมอบอำนาจและผิดคำสาบานที่เขาได้ให้ปฏิญญาไว้ เพราะเขากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 ตั้งแต่วันที่15 เมษายน 2491 – 25 มิถุนายน 2492 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2492 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2492 และหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเพิ่มเติม พ.ศ. 2492 ในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2492 จอมพล ป. พิบูลสงครามก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 22 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2492
และที่สำคัญคือหัวข้อที่ต่อจากการสาบานตนของจอมพล ป. พิบูลสงคราม คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชหัตถเลขา ด้วยทรงพอพระทัย” ซึ่งพระราชหัตถเลขาดังกล่าวนี้ มีเนื้อหาที่แสดงความพอพระทัยต่อการทำรัฐประหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช ทำให้การรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนนั้นมีความชอบธรรมสำหรับผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มดังกล่าวนี้ในปี พ.ศ. 2492 รวมทั้งความชอบธรรมในการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 21 และคณะที่ 22 หนังสือเล่มนี้ของ ว.ช. ประสังสิต ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2492 ห้าวันหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเพิ่มเติม พ.ศ. 2492 ในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2492 และห้าวันก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2492 และเมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ป. พิบูลสงครามเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2492 รัฐบาลได้แถลงนโยบายในสภาผู้แทนฯ มีการอภิปรายรวม 11 วัน และได้อภิปรายในวุฒิสภาอีก 3 วัน สภาผู้แทนจึงได้ลงมติให้ความไว้วางใจเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2492 นโยบายของรัฐบาลคณะนี้ ปรากฎในหนังสือราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2492 เล่ม 66 ตอน 39 หน้า 3422
ผู้เขียนได้เคยตั้งข้อสงสัยและชี้ไปในตอนก่อนๆแล้วว่า พระราชหัตถเลขาฯ ไม่ใช่พระราชหัตถเลขาฉบับแท้ แต่จะขอกล่าวนตอนนี้อีกครั้ง
พระราชหัตถเลขาวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดังความต่อไปนี้
โลซานน์
๒๕ พฤจิกายน ๒๔๙๐
ถึง จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ฉันได้รับหนังสือลงวันที่ ๑๔ เดือนนี้ ทราบความตลอดแล้ว เมื่อเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นเช่นนี้ก็มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ตั้งแต่บัดนี้เปนต้นไป ประชนชนพลเมืองไทยที่รักของฉัน ซึ่งฉันได้เป็นห่วงใยในความทุกข์สุขของเขาอยู่เสมอตลอดมา ก็คงจะได้บรรเทาและปลดเปลื้องความลำบากยากแค้นต่าง ๆ ลงไปจนหมดสิ้น และมีความสุขสบายตามสมควรของเขา
ฉันรู้สึกพอใจยิ่งนัก ที่ได้ทราบว่า เหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นนี้ มิได้เสียเลือดเนื้อและชีวิตของคนไทยด้วยกันเลย อนึ่งที่ได้บอกมาว่า ทุก ๆ คน ที่ได้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ได้ตกลงแน่วแน่ว่า ไม่ต้องการช่วงชิงอำนาจหาความดีใส่ตนเลย มีจุดประสงค์เพียงแต่จะให้รับบาลใหม่ที่เข้มแข็ง ได้เข้ามาบริหารราชการ ทำนุบำรุงให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองและปลดเปลื้องความยุ่งยากที่บังเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในบัดนี้ให้บรรเทาเบาบางลง ให้ประชาชนได้รับความสงบสุขร่มเย็นตามสมควรแก่สภาพ และให้ประเทศชาติได้รับการทำนุบำรุงให้เจริญ ฯลฯ นั้น ก็เป็นการแสดงให้เห็นอุดมคติอันดียิ่ง และเป็นความซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติโดยแท้จริง เมื่อได้ยึดถืออุดมคติอันดีดังกล่าวนี้นำมาปฏิบัติ นอกจากจะปรากฏในประวัติศาสตร์แล้ว ก็ยังเป็นตัวอย่างอันดีแก่ข้าราชการและประชาชนโดยทั่วไปอีกด้วย ขอให้ทุก ๆ ฝ่ายจงช่วยกันร่วมมือประสานงานด้วยดี เพื่อนำมาซึ่งความรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาตี่รักของเราจะเป็นความพอใจสูงสุดของฉัน
การที่ขอให้ฉันกลับเข้าเมืองไทยในโอกาสที่ฉันได้บรรลุนิติภาวะ ณ วันที่ ๕ ธันวาคม ศกนี้นั้น ฉันขอขอบใจมาด้วย นอกจากเวลาจะได้กระชั้นชิดจนเกินไปแล้ว ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ซึ่งฉันเข้าไปไม่ได้ ฉันได้สั่งให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ไปแจ้งให้เข้าใจโดยละเอียดแล้ว แต่อย่างไรก็ดีฉันมีความประสงค์ที่จะกลับเข้าไปกรุงเทพ ชั่วคราวเพื่อถวายพระเพลิงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศในเดือนมีนาคมหน้านี้ ตามที่ได้กะไว้ ในขณะที่อยู่ในกรุงเทพฯ ชั่วคราวนี้ ฉันหวังว่าจะได้ช่วยทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองได้บ้างไม่มากก็น้อย
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช
พระราชหัตถเลขานี้ปรากฏเป็นตัวพิมพ์ในหนังสือ ว.ช. ประสังสิต สองเล่ม เล่มแรกและเป็นครั้งแรกที่ปรากฏความในพระราชหัตถเลขา คือ ปฏิวัติรัฐประหารและกบฏจลาจลในสมัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (พระนคร: โรงพิมพ์บริษัทรัฐภักดี: 2492) หน้า 245-248 เล่มที่สองคือ เบื้องหลังการสวรรคต ร. ๘ (พระนคร : สำนักพิมพ์ธรรมเสวี: 2498), หน้า 274-277 และในหนังสือทั้งสองเล่มนี้ ไม่มีการกล่าวอ้างอิงว่า ผู้เขียนได้รับเอกสารสำเนาพระราชหัตถเลขานี้มาจากไหน หนังสือสองเล่มนี้มีสาระสำคัญคือยกย่องจอมพล ป. พิบูลสงคราม และในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐประหาร 8 พฤศจิกายนนั้น ว.ช. ประสังสิตเขียนสนับสนุนให้ความชอบธรรมแก่การทำรัฐประหาร และกล่าวว่าคณะผู้ก่อการรัฐประหารเห็นความสำคัญในการเชิญให้จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร แม้ว่าจอมพล ป. พิบูลสงครามจะเบื่อหน่ายการเมืองแล้วแต่ก็ยอมรับคำเชิญ ซึ่ง ว.ช. ประสังสิตเห็นว่าการตอบรับของจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประโยชน์แก่คณะรัฐประหารและบ้านเมืองอย่างยิ่ง และการนำพระราชหัตถเลขามาใส่ไว้ในส่วนที่ว่าด้วยรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในหนังสือทั้งสองเล่มเพื่อชี้ให้ผู้อ่านได้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าก็ทรงเห็นชอบกับการทำรัฐประหารและพระราชทานพระราชหัตถเลขาตอบหนังสือของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยใน ปฏิวัติรัฐประหารและกบฏจลาจลในสมัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หน้า 244-245 มีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระหัตถเลขาด้วยทรงพอพระทัย (จั่วหัว ตัวเข้ม) อนึ่ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อได้ทำการรัฐประหารสำเร็จแล้วก็ได้มีสาสน์ไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งประทับทรงศึกษาวิชาอยู่ ณ โลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และทูลเชิญให้เสด็จนิวัติพระนครด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัตถเลขาแสดงพระปิติโสมนัสเป็นอย่างยิ่งด้วยการรัฐประหารครั้งนี้ ดังสำเนาต่อไปนี้” ส่วนใน เบื้องหลังการสวรรคต ร. ๘ หน้า 274 มีข้อความว่า “พระราชหัตถเลขาพอพระราชหฤทัย (จั่วหัว) ต่อจากนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีสาส์นไปทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงประทับศึกษาอยู่ ณ โลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทูลเชิญให้เสด็จนิวัติพระนครด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชหัตถ์เลขาแสดงความปิติยินดีอย่างยิ่งด้วยคณะรัฐประหาร ดังสำเนาต่อไปนี้” ที่น่าสังเกตคือ ในสำเนาพระราชหัตถเลขาที่ปรากฏใน ปฏิวัติรัฐประหารและกบฏจลาจลในสมัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หน้า 244 ได้มีการพิมพ์ตราครุฑไว้เหนือข้อความพระราชหัตถเลขา ส่วนใน เบื้องหลังการสวรรคต ร. ๘ หน้า 274 ไม่ได้พิมพ์ตราครุฑ แต่ใช้เป็นตัวหนังสือว่า “(ตราครุฑ)” ซึ่งการใช้สัญลักษณ์ตราครุฑก็ดีหรือพิมพ์คำว่า “(ตราครุฑ)” ก็ดี ย่อมจะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกน่าเชื่อถือในสำเนาพระราชหัตถเลขาว่าเป็นพระราชหัตถเลขาที่แท้จริงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าพระราชทานมา แต่ตราครุฑที่ว่านั้น มีปัญหา !
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | สารพิษ-ความมั่นคง! โจทย์หิน.. อนุทิน-มิน อ๋อง หลาย
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
🔴 LIVE 'จตุพร' ทุบโต๊ะ ทางรอด 'อนุทิน' ปฎิวัติล้างโกงชาติ!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
นายกฯ ยันยังไม่ปรับ ครม. บอกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังรัฐบาลทำงานมา 4 เดือน ว่า “ไม่มี เอามาจากไหน เอามาจากรายการทีวีอีกแล้ว ไม่มีครับ ไม่มี ยังไม่มี นักข่าวก็ถามเองใช่ไหมว่าเพิ่งจะ 4 เดือน
ดร.ณัฏฐ์ ชี้บัตรเลือก สว. รอบสุดท้าย ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว.
ดร.ณัฏฐ์ ให้ความเห็นปม สว.นันทนา ยกสุภาษิตไทย “กินปูนร้อนท้อง” ตอบโต้ทางการเมืองกับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ยกปมฮั้ว สว.สีส้มปั้น สว.ประชาชน เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองกันไปมาเท่านั้น
🔴 LIVE ใครฮั้ว? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

