
กบร. ไฟเขียวขยายเวลามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินออกไปอีก 3 เดือนหลังโอมิครอนระบาดหนัก ผู้โดยสารชะลอตัวลง ลุยลดค่าขึ้นลง-บริการที่เก็บเครื่องบิน 50% ขยายเวลาชำระหนี้ ลดค่าเช่าทุกกิจกรรม สั่งหน่วยให้บริการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยประหยัดค่าน้ำมันให้แอร์ไลน์
14 ม.ค.2565-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาผลกระทบของสายการบินที่ได้ดำเนินการมาถึงสิ้นปี 2564 ต่อเนื่องไปอีก 1 ไตรมาส (3 เดือน)เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนระบาดหนักจนคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าในช่วงปลายปีกลับชะลอตัวลงอีกเป็นระลอกที่ 5
สำหรับมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย มาตรการลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน ซึ่ง ทอท. ลดค่าใช้จ่ายของสายการบินที่ใช้บริการสนามบินของ ทอท. โดยลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Charge) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) ลง 50% ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศสำหรับสายการบินที่ยังทำการบินอยู่ นอกจากนี้ยังยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) สำหรับสายการบินที่หยุดให้บริการชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2565
นอกจากนี้ยังมีมาตรการทางการเงิน กพท. ขยายระยะเวลาชำระหนี้ (Credit Terms) ค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ จาก 15 วันเป็น 90 วัน จนถึงรอบชำระวันที่ 31 มี.ค.2565 ขณะที่ ทย. ขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราค่าเช่าทุกกิจกรรมในอัตราค่าเช่าไม่ต่ำกว่าที่กรมธนารักษ์กำหนดเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564-31 มี.ค.2565ส่วน ทอท. เลื่อนชำระค่าบริการสนามบิน (Landing and Parking Charges) และค่าเครื่องอำนวยความสะดวก (Aircraft Service Charge) งวดชำระเดือน เม.ย.64-ม.ค.2565 ออกไปงวดละ 9 เดือน และให้ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 12 งวดชำระ
นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบให้ กพท. ประสานหน่วยงานผู้ให้บริการทั้งภาคพื้น และภาคอากาศ เช่น ทอท. ทย. ผู้ดำเนินการสนามบินทุกราย และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อให้แต่ละเที่ยวบินสามารถลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้สายการบินประหยัดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนหลักได้ และให้ กพท. ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รวมทั้งนำผลศึกษาแนวทางของประเทศต่างๆ มาปรับปรุงมาตรการ เพื่อเตรียมมาตรการรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และช่วยเหลือสายการบินให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งยังให้ กพท. มีมาตรการดูแลบุคลากรด่านหน้าทางการบิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้มากที่สุดด้วย
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าสั่งการให้หน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินมาตรการ จัดทำแผนบริหารจัดการกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการ ประมาณการรายจ่าย แหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาดำเนินการ และประโยชน์ที่จะได้รับตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพราะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย ทั้งนี้สถานการณ์อุตสาหกรรมการบินช่วงไตรมาสที่ 4/2564 ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเฉลี่ย 6 เท่า ผู้โดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 7 เท่า เนื่องจากการแพร่ระบาดในประเทศแนวโน้มลดลง ประกอบกับเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว การเดินทางภายในประเทศจึงฟื้นตัวอีกครั้ง ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศ ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากนโยบายเปิดประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! 'พิพัฒน์' เผยดีเซลขยับหลัก 'สตางค์' ไม่ถึงบาท
ที่ทำเนียบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญ
'ศักดิ์สยาม' โล่ง! 'ป.ป.ช.' ยกคำร้อง คดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
'เลขาฯ ป.ป.ช.' คอนเฟิร์ม มติที่ประชุมใหญ่ ก.ย. 68 ยกคำร้องกล่าวหา 'ศักดิ์สยาม' คดีนอมินีถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
'พิพัฒน์' เผยตัวเลขจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพใกล้เคียง 300 ที่นั่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รับผิดชอบพื้นที่

