ส่งออก ก.ย.67 มูลค่า 25,983.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1.1% บวก3เดือนติดต่อกัน

ส่งออก ก.ย.67 มูลค่า 25,983.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1.1% บวก 3 เดือนติดต่อกัน เหตุส่งออกเพิ่มทั้งเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรม รวม 9 เดือน มูลค่า 223,176 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 3.9% คาด 3 เดือนสุดท้าย ยังเติบโตดี เป้า 2% ทำได้แน่ ได้ลุ้นนิวไฮใหม่ ทั้งเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทที่จะทะลุ 10 ล้านล้านบาท

28 ต.ค. 2567 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน ก.ย.2567 มีมูลค่า 25,983.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.1% ขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 889,074 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 25,589 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 886,336 ล้านบาท เกินดุลการค้า 394.2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 2,738 ล้านบาท รวม 9 เดือน ของปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) การส่งออก มีมูลค่า 223,176 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.9% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 7,957,895 ล้านบาท การนำเข้า มูลค่า 229,132.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.5% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 8,264,589 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 5,956.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 306,694 ล้านบาท

สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 3.5% โดยสินค้าเกษตร เพิ่ม 0.2% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 7.8% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ ข้าว ยางพารา อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ส่วนสินค้าที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และผักกระป๋องและผักแปรรูป ทั้งนี้ 9 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 5.4%

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 2% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 9 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 3.8%

ทางด้านตลาดส่งออกสำคัญ ส่วนใหญ่ขยายตัว ตลาดหลัก เพิ่ม 2.6% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 18.1% สหภาพยุโรป (27) เพิ่ม 4.1% และ CLMV เพิ่ม 8.3% ส่วนจีน ลด 7.8% ญี่ปุ่น ลด 5.5% อาเซียน (5) ลด 6.7% ตลาดรอง เพิ่ม 1.3% โดยทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 12% ตะวันออกกลาง เพิ่ม 3.5% แอฟริกา เพิ่ม 1.6% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 15% และสหราชอาณาจักร เพิ่ม 29.3% ส่วนเอเชียใต้ ลด 1.6% รัสเซียและกลุ่ม CIS ลด 9.8% ตลาดอื่น ๆ เพิ่ม 39.3%  

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือน คือ ต.ค. พ.ย. และ ธ.ค. คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ทั้งการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การแข็งค่าของเงินบาท ปัญหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งออกข้าวของอินเดียที่อาจกระทบการส่งออกข้าวไทย โดยหาก 3 เดือนสุดท้าย ถ้าส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 22,533 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกทั้งปีจะทำได้ 2% และมูลค่าทั้งปีจะอยู่ที่ 290,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำนิวไฮมูลค่าการส่งออกอีกครั้ง หลังจากเคยทำไว้แล้วเมื่อปี 2566 ที่ 287,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนเป้าหมายการส่งออกปี 2567 กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการนัดหมายหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อประเมินแนวโน้มและสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนที่จะประเมินเป้าหมายการทำงานอีกครั้ง และจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงรับออเดอร์ ทำการผลิต และส่งมอบ หากตัวเลขการส่งออกทำได้เฉลี่ยเท่ากับปีที่แล้ว การส่งออกปีนี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 2% แน่นอน และตัวเลขการส่งออก ก็จะทำนิวไฮ โดยจะนิวไฮทั้งเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาท โดยเงินบาทใช้สมมติฐานที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็จะทำตัวเลขทั้งปีอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท ส่วนปัญหาการส่งออก มองว่า ค่าเงินบาทที่อยู่ที่ 33.5-33.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังบริหารจัดการได้ เพราะเอกชนได้ปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว และถ้าอยู่ระดับนี้ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือเกิน 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐขึ้นไป ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการส่งออก และดีต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2568 สำหรับเรือ ค่าระวาง ตู้คอนเทนเนอร์ ตอนนี้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ 'ศุภจี' เปลี่ยน ก.พาณิชย์ จาก 'ตามแก้ปัญหาราคา' ให้เป็น 'อ่านสัญญาณตลาดก่อนเกิดวิกฤต'

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คุณศุภจีกำลังเปลี่ยนกระทรวงพาณิชย์จากหน่วยงานที่ “ตามแก้ปัญหาราคา” ให้เป็นหน่วยงานที่ “อ่านสัญญาณ

‘สิริพงศ์‘สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี69กว่า 2.65 แสนล้าน ดันเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจ

‘สิริพงศ์’สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินกว่า 2.65 แสนล้าน พร้อมปรับแผนโยกงบกว่า 1.7พันล้านบาทดันโครงการพร้อมดำเนินการหวังกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

1 ก.ค.เริ่มจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ 100%ตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐบาลเดินหน้า 'ราชการทันใจ' ยกระดับจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ 100% เริ่ม 1 ก.ค. 69 ผ่าน DBD Biz Regist ตลอด 24 ชั่วโมง ลดขั้นตอน–ลดต้นทุน–เพิ่มความโปร่งใส สู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ