'ทอท' ชูโมเดลสิงคโปร์ลุยพัฒนาสุวรรณภูมิติดท็อป 20 สนามบินดีสุดในโลก

‘ทอท.’ เปิดแผนดันสนามบินไทย ติดท็อป 1 ใน 20 ของโลก ภานใน5 ปีลุยรับผู้โดยสาร 200 ล้านคน ชูโมเดลสิงคโปร์สนามบินสีเขียว พร้อมผุดสร้างห้างข้างเทอร์มินอล  เหมือน ‘Jewel’ สนามบินชางงี

11 พ.ย.2567-นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมท่าอากาศยานชางงีและประชุมหารือเพื่อประสานความร่วมมือกันระหว่างนายยาม คุม เหว่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของท่าอากาศยานชางงีกรุ๊ป (Changi Airport Group : CAG) ประเทศสิงคโปร์ ว่ากระทรวงคมนาคม ได้วางเป้าหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ติด 1 ใน 20 อันดับแรก ของท่าอากาศยานที่ดีที่สุดของโลกภายใน 5 ปี

ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการทั้งหมด 3 ระยะ  โดยในระยะเร่งด่วนนั้นได้สั่งการให้เพิ่มความสะดวกสบายควบคู่ไปกับการลดระยะเวลารอคอยของผู้โดยสาร ปัจจุบัน ทอท. ได้ยกระดับคุณภาพการบริการและเพิ่มความรวดเร็วในหลากหลายด้าน อาทิ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารตั้งแต่จุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบรับกระเป๋า ไปจนถึงการเปิดใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงการนำระบบไบโอเมตริกพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล  มาใช้เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร

ขณะที่ระยะกลาง จะเพิ่มขีดความสามารถการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินของท่าอากาศยานหลักของประเทศ และระยะยาว มุ่งเน้นการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยานและกิจกรรมให้มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน 

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ปัจจุบันได้เตรียมแผนพัฒนาเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบิน โดยตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพ ต้องมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 200 ล้านคน/ปี และไปสู่เป้าหมายการเป็น 1 ใน 20 ท่าอากาศยานที่ดีสุดในโลก ซึ่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีแผนจะขยายโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ใช้เวลาดำเนินการ 3 ปี รองรับผู้โดยสารเพิ่ม 15 ล้านคนต่อปี ควบคู่ไปกับการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) รองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 70 ล้านคนต่อปี เป็นรูปแบบ Mega Terminal  เพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ใกล้อาคารผู้โดยสาร เมื่อนำมารวมกับขีดความสามารถในปัจจุบันจะทำให้ ทสภ.รองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ระหว่างแผนพัฒนาระยะที่ 3 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 50 ล้านคนต่อปี 

นายกีรติ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้ ทอท. พัฒนาท่าอากาศยานเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินดีที่สุดในโลกภายใน 5 ปี โดยในปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งSelf Check-in (Kiosk) จำนวน 250 เครื่อง ติดตั้งระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ จำนวน 40 จุด ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติทั้งขาเข้าและขาออก (Auto Gate) 80 จุด และจะเพิ่มอีก 120 จุดในอนาคต 

นอกจากนี้ จะจัดสรรพื้นที่ใกล้กับอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ประมาณ 2 แสนตารางเมตร(ตร.ม.) โดยจะทำเป็นห้างสรรพสินค้าในลักษณะเดียวกับ Jewel Changi Airport ที่ท่าอากาศยานชางงีซึ่งอยู่นอกเขตการบิน โดยจะผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารสามารถเข้ามาใช้บริการห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้ด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นร้านค้าปลอดภาษี หรือร้านเอาท์เล็ต ดังนั้นจะไม่กระทบกับร้านค้าดิวตี้ฟรี และร้านเอาท์เล็ท ที่อยู่ภายในสนามบินและบริเวณใกล้เคียงกับ ทสภ. เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในปี 2568 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดใช้บริการได้ในปี 2574 ซึ่งจะทำให้ ทสภ. สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี

ขณะเดียวกันยังได้เตรียมเปิดให้บริการพื้นที่พักผ่อนใหม่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเป็นพื้นที่ให้ผู้โดยสารพักคอยและ Co-working Space ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางในการให้บริการผู้โดยสารมากขึ้น คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.2567 รวมถึงสนามเด็กเล่นมีกำหนดแล้วเสร็จช่วง ก.พ.2568 ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับท่าอากาศยานชางงีที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว

นายกีรติ กล่าวถึงแผนการพัฒนาท่าอากาศยานสีเขียวว่า ขณะนี้ได้หารือถึงแผนพัฒนาท่าอากาศยานสีเขียว (Green Airport) ร่วมกับท่าอากาศยานชางงี ซึ่งมีแผนจะร่วมมือกันในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับทางการบินยุโรปที่กำหนดให้ท่าอากาศยานทั่วโลกต้องมีเชื้อเพลิง SAF ให้บริการเติมอากาศยานภายใน 3 ปี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของเอเชียและประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิง SAF 

ทั้งนี้ ยังได้หารือกันถึงเรื่องแผนการใช้พลังงานสะอาดโดยการติดตั้งแผงโซลาเซลล์ภายในท่าอากาศยาน ซึ่งทอท. ตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีจะลดการใช้พลังงานช่วงกลางวันเป็นศูนย์ (Day time energy) โดยปัจจุบัน ทสภ.มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อยู่ที่ 20 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับท่าอากาศยานชางงีซึ่งอยู่ที่ 35 เมกะวัตต์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภัทรพงศ์'ปลื้ม2แอร์ไลน์ยุโรปบินตรงกระบี่ดันฮับท่องเที่ยวคุณภาพ

'ภัทรพงศ์' เดินหน้านโยบาย Airport for Regional Development สายการบินขอสล็อตบินตรงกระบี่จากฟินแลนด์และเดนมาร์ก รับฤดูหนาว 69/70ชี้ช่วยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรปเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้

ท่าอากาศยาน 6 แห่ง พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย

AOT พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย

’สิริพงศ์‘เปิดข้อมูลคนแห่ใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส‘รัฐอุ้มช่วยจ่ายค่าโดยสาร 35 ล้าน

‘สิริพงศ์’เผย 9 วัน มีผู้ใช้สิทธิ ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ภาคขนส่งทางบก-รางแตะ 2 ล้านคน รัฐร่วมจ่ายค่าโดยสาร ช่วยประชาชนกว่า 35 ล้านบาท มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

‘สรรเพชญ‘ถกเอกชนลุยอัปเกรดท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ

’สรรเพชญ‘หารือสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ เร่งยกระดับท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ ลุยแก้ปัญหากฎหมายขนส่งถ่ายลำ ตู้สินค้าตกค้าง และสางปมรถติดหน้าท่าเรือ ส่งไทยสู่ท่าเรือมาตรฐานโลกฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

'ทรูวิชั่นส์'จับมือ'บีอิน สปอร์ตส์' แจกทริปบินลัดฟ้าชม'F1'ที่สิงคโปร์ เชียร์ติดขอบแทร็กฟรี

สมรภูมิความเร็วระดับโลกกำลังจะทวีความเดือด และครั้งนี้แฟนความเร็วชาวไทยจะได้ไปสัมผัสเสียงเครื่องยนต์คำรามให้ก้องหูด้วยตาตัวเอง ทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) แท็กทีมกับ บีอิน สปอร์ต (beIN SPORTS) เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่ง จัดแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจคอความเร็วขั้นสุด แจกแพ็กเกจทริปบินลัดฟ้าชมการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก FORMULA 1 SINGAPORE AIRLINES SINGAPORE GRAND PRIX 2026 ณ สนาม มารีน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต ประเทศสิงคโปร์ แบบติดขอบสนาม ฟรี! จำนวน 1 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) มูลค่ารวมกว่า 215,160 บาท