
”พิชัย“ หารือสิงคโปร์ ดันส่งออกข้าว-ไข่ไก่ไทย สร้างผลสำเร็จลงนาม MOU 5 ฉบับ เสริมความร่วมมือเศรษฐกิจ บนเวที STEER ครั้งที่ 7
18 มีนาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship: STEER) ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยมี ดร.ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ ร่วมเป็นประธาน เพื่อกระตุ้นการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เติบโตต่อเนื่องในอนาคต
นายพิชัย ระบุว่า ได้ผลักดันให้สิงคโปร์เร่งอนุมัติการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มเติม โดยเฉพาะ ไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ซึ่งจะเป็นการขยายตลาดต่อจากสินค้าไข่ไก่ที่ไทยส่งออกอยู่แล้ว ฝ่ายสิงคโปร์ส่งสัญญาณเชิงบวกและเตรียมส่งคณะมาตรวจรับรองแหล่งเลี้ยงของไทยโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังได้เจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณการนำเข้า ข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวเพื่อสุขภาพ ซึ่งสมาคมผู้นำเข้าข้าวของสิงคโปร์ยืนยันว่ามีความต้องการนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้เชิญชวนให้สิงคโปร์ขยายการลงทุนและธุรกิจบริการในไทย โดยเน้น พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ บริการทางการเงิน และการพัฒนาทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสิงคโปร์ได้ตอบรับข้อเสนอและเตรียมจัด Singapore Regional Business Forum ในประเทศไทย พร้อมนำคณะนักธุรกิจและนักลงทุนจากกว่า 30 ประเทศ มาเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก
ทั้งนี้การประชุม STEER ครั้งนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศรวม 5 ฉบับ ได้แก่
1.ด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยบนแพลตฟอร์ม Shopee
2.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อสินค้าและบริการข้ามพรมแดนทางออนไลน์
3.ด้านสินค้าปศุสัตว์ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักเกณฑ์และกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปศุสัตว์
4.ด้านธุรกิจบริการหลักทรัพย์ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุน
5.ด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเดินหน้าแผนงานความร่วมมือระหว่างปี 2568-2570
โดยความร่วมมือทั้งหมดนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทูตของไทยและสิงคโปร์ที่มีมายาวนาน 60 ปี ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 10 ของไทยในโลก และอันดับที่ 4 ของไทยในกลุ่มอาเซียน ในปี 2567 การค้ารวมไทย-สิงคโปร์ มีมูลค่า 17,758.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-3.32%) เป็นการส่งออก 10,363.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.21%) และเป็นการนำเข้า 7,395.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-9.02%) โดยไทยได้ดุลการค้า 2,968.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ
ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์! ยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร
รัฐบาลยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เข้มทุนผิดกฎหมาย–ไม่กีดกันนักลงทุนสุจริต
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

