
‘พิชัย’ รมว.พาณิชย์ แนะมูดี้ส์สำรวจตัวเอง วิธีปรับอันดับเครดิตที่ผ่านมา ‘เวิร์ก’ หรือไม่ เหตุปรับลดไทยโดยดูเหตุผลทรัมป์เก็บภาษี 36% ทั้งๆ ที่ยังเจรจาไม่จบ ชี้ประเมินเร็วเกินไป คาดอาจได้เจรจาเดือนพ.ค.นี้ มั่นใจได้ผลดี ดันส่งออกขยายตัวเกินเป้าที่ตั้งไว้ 2-3% พร้อมแนะ ธปท.ลดดอกเบี้ย-ดูแลเงินบาทให้อ่อนค่า หนุนส่งออก-ท่องเที่ยว
30 เม.ย. 2568 – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s) ได้ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงสู่มุมมอง เชิงลบ (Negative) จากเดิมที่มีเสถียรภาพ (Stable) ว่า มูดี้ส์ตัดสินประเทศไทยเร็วไปหน่อย และน่าจะใช้เหตุผลของการถูกสหรัฐฯเก็บภาษีตอบโต้ที่สูงถึง 36% มาประกอบการพิจารณา เช่นเดียวกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ที่ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือต่ำกว่า 2% ก็มองแค่ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทั้งๆ ที่ไทยยังเจรจากับสหรัฐฯไม่เสร็จ โดยขณะนี้ ไทยอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดของการเจรจา ที่ต้องการทำให้เสร็จก่อนแล้วเจรจาครั้งเดียวให้จบเลย ล่าสุด ทำข้อมูลได้มากแล้ว คาดว่า น่าจะเห็นการเจรจาได้จริงๆ ในเดือนพ.ค.นี้ และยังมั่นใจว่า การเจรจาน่าจะได้ผลดี และจะทำให้การส่งออกยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมองอีกว่า การปรับลดอันดับเครดิตไทยครั้งนี้ค่อนข้างแปลก เพราะ10 ปีที่ผ่านมา มูดี้ส์คงอับดับไทยที่ Stable มาตลอด แม้ว่าเศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้ดี เติบโตเฉลี่ยเพียง 1.9% แต่กลับมาปรับลดอันดับช่วงนี้ ทั้งๆ ที่การส่งออกของไทยกำลังขยายตัวดีมาก เติบโตต่อเนื่อง 6 เดือนติดต่อกัน และยังคาดว่า จะเติบโตต่อไปอีก คาดว่า ปีนี้การส่งออกของไทยจะเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2-3% ด้วยซ้ำ
“มูดี้ส์ มองไม่เห็นภาพรวมของประเทศไทย ที่เรากำลังเจรจากับสหรัฐฯ และการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีต่เนื่อง มูดี้ส์ต้องมองตัวเองก่อน และต้องดูการคาดการณ์ของตัวเองด้วยว่า ที่ทำมา มันเวิร์คไหม หากมีการประเมินอันดับไทย โดยใช้อัตราภาษีตอบโต้ ที่คาดว่าฯจะเรียกเก็บ 36% ก็ต้องไปปรับลดประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น เวียดนาม เพราะสหรัฐฯประกาศเก็บอัตราสูงกว่าไทย”
อย่างไรก็ตาม กรณีถูกปรับลดอันดับเครดิตครั้งนี้ ไม่ทำให้กังวลว่า ต่างชาติจะไม่เชื่อมั่นไทย มั่นใจว่า ประเทศไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลเดินมาถูกทาง โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ที่ล่าสุด ต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยให้ขยายตัวได้มากขึ้น แต่ก็ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้กับคนไทย และผู้ประกอบการไทย ซึ่งจะมีส่วนทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และสนับสนุนให้การส่งออกขยายตัวมากขึ้นด้วย
“ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะช่วยสนับสนุนการส่งออกและภาคท่องเที่ยว โดยจากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีการค้าของมาเลเซียเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ถามผมว่า เศรษฐกิจไทยไม่ดี แต่ทำไมเงินบาทกลับแข็งค่า และแข็งมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันมาก โดยแข็งค่ามากกว่าตอนไทยมีวิกฤติต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ แต่คู่แข่งอื่นๆ อ่อนค่ากว่าไทยมาก เพื่อช่วยส่งออก และทำให้เศรษฐกิจขยายตัว จึงอยากให้ธปท.ลดดอกเบี้ย และดูแลค่าเงินบาทด้วย”
ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมกู้เงิน 500,000 ล้านบาทนั้น อยากทำความเข้าใจว่ารั ฐบาลไม่ได้บอกว่าจะกู้เงินทั้ง 500,000 ล้านบาท และก็ไม่ได้หมายความว่า จะใช้หมด แต่เตรียมเงินไว้ดีกว่าไม่เตรียม ที่สำคัญปัจจุบันไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากถึง 200,000 ล้านเหรียญ เพียงพอที่จะใช้หนี้ได้แบบไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บางจากฯ ร่วมช่วยเกษตรกร สมาชิกบางจากกรีนไมลส์เติมน้ำมันทุกชนิด รับฟรีมังคุดสดจากสวน
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดกระจายผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดตามฤดูกาลพร้อมกันจำนวนมาก ด้วยการรับซื้อมังคุดมาสมนาคุณลูกค้า โดยสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับฟรีมังคุดสดจากสวน 1 ถุง (ประมาณครึ่งกิโลกรัม) ตั้งแต่วันที่ 11 – 13 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bangchakmarketplace.com
รัฐบาลผลักดันกลไกสกัดสินค้าปลอม–ไลฟ์ละเมิดออนไลน์
รัฐบาลเดินหน้า 4 กลไกสกัดสินค้าปลอม–ไลฟ์ละเมิดออนไลน์ เชื่อมข้อมูล IP–ขยายผลเส้นทางเงิน หลัง 7 เดือนระงับแล้ว 1,471 รายการ

