เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรณีที่ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ รมว.พม.แล้ว โดยปลัดกระทรวง พม. ระบุ ในส่วนของกระทรวง พม. ได้กำชับไปยัง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) ทั้ง 7 จังหวัด ที่อยู่ตามแนวชายแดนติดกับกัมพูชา เพื่อเน้นย้ำให้ใช้กลไกการทำงาน โดยนำข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง มาประเมินสอดคล้องกับข้อมูลของกระทรวง พม. เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ตรงไหน ที่เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. เพื่อให้ พมจ. และทีม พม.หนึ่งเดียว ทั้ง 7 จังหวัด ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้มีความรู้ในการเตรียมตัวต่างๆ หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นจริงๆ ก็จะได้สามารถเคลื่อนย้ายไปพักพิง และกระทรวง พม. ก็จะได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็น เด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งกระทรวง พม. เราจะต้องเข้าถึงคนกลุ่มนี้โดยเร็วที่สุด และใช้กลไกของ ศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) กระทรวง พม. ซึ่งมีโครงสร้างการทำงานพร้อมอยู่แล้ว เข้าไปดำเนินการ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างทันท่วงที
ข
ณะเดียวกัน ศบปภ. รายงานว่า ในวันนี้ (7 มิ.ย.68) นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นและให้กำลังใจหัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัคร ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และพี่น้องประชาชน ที่ร่วมกันซักซ้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานฉุกเฉินที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และได้เดินทางไปลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้กำลังใจพี่น้องสมาชิกนิคมฯ และประชาชนในพื้นที่ โดยได้พบปะพูดคุยสมาชิกนิคมฯ ที่กำลังปรับปรุงบังเกอร์หลบภัยรับมือเหตุฉุกเฉิน ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ ยังได้เดินตรวจเยี่ยมและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรม พส. ร่วมแรงร่วมใจดูแลกันและกัน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และประสานความร่วมมือกับกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อซักซ้อมวิธีปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ สมาชิกนิคมฯ และพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้ก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวไปด้วยกันอย่างปลอดภัยทุกคน
ในขณะที่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ (พมจ.สุรินทร์) พร้อมด้วย ปลัดอำเภอพนมดงรัก หัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครองอำเภอพนมดงรัก อบต.บักได นักสังคมสงเคราะห์ ผู้บริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และผู้ช่วยคนพิการ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ตำบลบักได ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้พูดคุยเยียวยาให้กำลังใจ เพื่อคลายความกังวล ลดความเครียด และสอบถามถึงปัญหาความต้องการเพื่อให้การช่วยเหลือตามภารกิจกระทรวง พม. ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543
นายกฯ ขอประชาชนอย่ากังวล ไทย-กัมพูชา ปะทะรอบ 3 ตัดเรื่องนี้ออกไปได้
"อนุทิน" ย้ำ ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง หลัง เสธ ทบ.รายงาน แค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ขอให้ ปชช.สบายใจได้ ลั่น “นายกฯ ตอบแล้วไม่มีอะไรน่ากังวล” ขอให้ตัดเรื่องนี้ออกไป หลังสื่อถาม โอกาสปะทะรอบใหม่
มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ
กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้
โฆษก ทบ. รับเห็นสัญญาณบางอย่าง กัมพูชาเตรียมปะทะ รอบ 3 ยันไทยไม่ประมาท
โฆษก ทบ. รับทหารกัมพูชา ประชิดปราสาทตาควาย แต่ไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล ยอมรับกระแสข่าวปะทะรอบ 3 เจ้ากรมข่าว เป็นเรื่องจริง ยันไทยไม่ประมาท เตรียมพร้อมกำลังพล และอาวุธเช่นกัน
โฆษก ทบ. ลั่นไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก ตอกกัมพูชาอ้าง MOU 43 บังหน้าทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดมาตลอด
กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี
กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่
กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม

