‘เอกนัฏ’ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

“รมว.เอกนัฏ” ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ชื่นชม “ดีพร้อม” โชว์ผลสำเร็จการยกระดับฐานราก สร้างมูลค่าวัตถุดิบพื้นถิ่น ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

24 ส.ค. 2568  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษี นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพให้กับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนทั่วประเทศ โดย กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเดินหน้ายกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยในทุกระดับ ผ่านการผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์อาหาร” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานราก ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่โดดเด่นในฐานะประตูสู่ภาคเหนือ มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการคมนาคมขนส่ง การอุปโภคบริโภค และการใช้ทำเกษตรกรรม ส่งผลให้จังหวัดนครสวรรค์มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทางชีวภาพ และมีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและพืชผลทางการเกษตร รวมถึง มีรากฐานแข็งแกร่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างมีเสน่ห์และสามารถต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ในระดับสากล

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนต้องสร้างพลังแห่งสมดุลครอบคลุมทั้ง 4 มิติ สำคัญ ทั้งความสามารถในการแข่งขัน การยอมรับจากชุมชนและสังคม ตอบโจทย์กติกาสากลด้านสิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น (Crop) อาหารพื้นถิ่น (Food) หัตถกรรมพื้นบ้าน (Craft) สมุนไพรประจำถิ่น(Herb) และวัสดุพื้นถิ่น (Material) ด้วยการประยุกต์ใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา นวัตกรรม และเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์และการรับรู้

ผ่านการสร้างแบรนด์และนำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิต ตลอดจนขยายโอกาสทางธุรกิจด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งจะทำให้ชุมชนเกิดการสร้างรายได้และสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง อีกทั้ง ยังเป็นการกระจายรายได้ไปยังเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งจะเป็นอีหหนึ่งกลไกเสริมสร้างการจ้างงานอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภูมิภาค (Local Economy) ได้อย่างยั่งยืน

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ได้มุ่งเน้นในการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างครบวงจรเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชนแต่ละพื้นที่ ภายใต้นโยบาย

“ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ 1. ให้ทักษะใหม่ 2. ให้เครื่องมือทันสมัย 3. ให้โอกาสโตไกล และ 4. ให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดย ดีพร้อมได้เข้าไปส่งเสริมการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการดึงอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอด ให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมถึงผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้มาตรฐานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 สำหรับจังหวัดนครสวรรค์มีศักยภาพที่น่าสนใจใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเกษตรกรรมและอาหารด้านโลจิสติกส์ และด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการมูลค่าสูง โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรมและอาหาร เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์เป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จึงมีพืชผลทางการเกษตรที่หลากหลาย ได้แก่ ข้าว ผลไม้ และพืชผักสวนครัวต่าง ๆ ซึ่ง ดีพร้อมมองเห็นโอกาส ในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ด้วยการนำทรัพยากรและวัตถุดิบพื้นถิ่นผนวกกับอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างรายได้และสร้างอาชีพเสริมไปสู่อาชีพหลักให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ผ่าน “โครงการเสริมทักษะอาชีพ สู่ Soft Power ชุมชน ให้ดีพร้อม จ.นครสวรรค์” ในพื้นที่ 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนอำเภอเก้าเลี้ยว ชุมชนอำเภอบรรพตพิสัย ชุมชนอำเภอชุมแสง โดยมุ่งเน้นการให้ทักษะ องค์ความรู้ และเครื่องมือที่จำเป็นในการยกระดับอาหารไทยผ่านการส่งเสริมการใช้อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และวัตถุดิบท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้แก่ ข้าวเม่าทอด หมูแดดเดียวสมุนไพร กาแฟโบราณ ขณะเดียวกัน ยังมีการฝึกอบรม การทำสปาเท้าสมุนไพร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการมูลค่าสูง ช่วยชาวบ้านได้ต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

“ดีพร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ – เอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงกระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนและเกิดกระจายรายได้อย่างทั่วถึง  อันจะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงในอนาคต” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โยน‘เอกนัฎ’ตอบปมค่าไฟทางแฝงFTประชาชน กฟภ.ชี้เป็นหน่วยงานปฏิบัติตามนโยบาย

‘กฟภ.’ โยน ‘เอกนัฎ’ ชี้แจงปมค่าไฟทางแฝงในค่า FT ประชาชน ระบุเป็นไปตามโครงสร้าง พร้อมตอบเป็นเพียงหน่วยงานปฏิบัติ ต้องทำตามนโยบาย

'เอกนัฏ' ปิ๊งไอเดียดึงรายได้กฟผ.ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก

'เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้ กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ชง ครม. เคาะ ยันไม่กระทบแผนลงทุน พร้อมจ่อเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 หวังเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม

อ.อัจฉราวดี ฝากถึง 'เอกนัฏ' อย่าล้มมวยแก้ราคาน้ำมัน

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต่อการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โดย อ.อัจฉราวดี ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้ปัญหาบ้านเมือง

พลังงานรับแก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ

‘เอกนัฏ’ รับแก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ พร้อมยกระดับความปลอดภัย สั่งการเร่งด่วนให้ พพ. พลังงานจังหวัด ร่วมลงพื้นที่กับ กฟน. และ กฟภ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ติดตั้ง

กพช.อุดหนุนเงิน 369 ล้านลดค่าไฟให้กลุ่มผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย

กพช.เคาะให้ กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369 ล้านบาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือนพ.ค – ส.ค. 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน พร้อมไฟเขียว! 2 มาตรการสำคัญ ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า และส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน