
'ธนกร' เผย 'นายกฯ' ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนของเกษตรกร ธ.ก.ส. รับไม้ส่งผู้แทนสาขาลงพื้นที่ ตรวจสุขภาพหนี้เกษตรกร พร้อมวางแนวทางช่วยเหลือฝ่าวิกฤต
16 ก.พ.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดนโยบายให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ราคาผลผลิตตกต่ำ ภัยธรรมชาติ ล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะธนาคารของรัฐ ได้ดำเนินการให้ผู้แทนแต่ละสาขาเข้าพบลูกค้าทุกรายเพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพและรายได้ พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้าแต่ละราย ควบคู่การเติมสินเชื่อใหม่ ในการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ ทั้งเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ และสถาบันเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ
นายธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่ใช้บริการสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.จำนวน 4.83 ล้านราย ซึ่งการให้พนักงานของ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่พบลูกค้าเพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพ ที่มาของรายได้มาประเมิน โดยวิเคราะห์ศักยภาพสมรรถนะและความสามารถในการประกอบอาชีพ ความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อทำการบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงการเติมสินเชื่อใหม่เพื่อฟื้นฟูอาชีพ รวมถึงพิจารณาช่วยเหลือลูกค้าที่มีหนี้สินเป็นภาระหนัก เนื่องจากรายได้ครัวเรือนลดลงหรือไม่ได้มีรายได้เพียงพอเพราะเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และชราภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังเสริมสภาพคล่องในการลงทุนและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผ่านโครงการชำระดีมีคืน วงเงินงบประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้กับลูกค้าที่นำเงินมาชำระหนี้ โดยจะทำการคืนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากลูกค้าโดยตรง 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง ไม่เกินรายละ 1,000 บาท ล่าสุดมีการคืนดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 622 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 850,000 ราย และโครงการนาทีทองลดดอกเบี้ยสู้โควิด โดยจะลดดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมถึงเบี้ยปรับสูงสุด ไม่เกิน 50% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง ระยะเวลาตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 มีนาคม 2565 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินที่กำหนด โดยมีการช่วยเหลือไปแล้วกว่า 1,110 ล้านบาท
“การแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรเป็นวาระสำคัญที่นายกฯ และรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างรอบด้าน โดยมีการออกมาตรการให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดโควิด-19 มุ่งหวังให้ครอบคลุมกับประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและภาคเอกชนเพื่อให้การขับเคลื่อนฟื้นตัวเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมและตรงจุดให้มากที่สุด” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไล่บี้ 'รมว.พลังงาน' เชือดกักตุนน้ำมัน ขู่เอื้อผู้ค้าฟ้องศาลแน่
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เป็นตัวแทนประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ไม่มีน้ำมันให้บริการหรือจำกัดการขายน้ำมันให้
นายกฯ โพสต์ยินดี 'โสภณ' นั่งประธานสภา 'มัลลิกา-เลิศศักดิ์' นั่งรองปธ.คนที่ 1-2
นายกฯโพสต์แสดงความยินดี 'โสภณ' ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร
'อนุทิน' เบ่งกล้ามโชว์บอกเตรียมคุยทูตแดนจิงโจ้หารือซื้อพลังงาน
'นายกฯ' โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง ยังไม่ยอมเปิดปากคุยการเมือง หลังโหวตประธานสภา-นายกฯ หรือไม่ ขณะที่บ่ายนี้เตรียมคุยเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย หารือซื้อพลังงาน
'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต
'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ
นายกฯ ยก ‘สิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของสตรี’ คือรากฐานสำคัญของสังคมในวันสตรีสากล
นายกฯกล่าวเนื่องในวันสตรีสากล “สิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของสตรี” คือรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย
สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.
นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว

