'นักวิชาการ' ฟาด ท่านประธานฯ 'กินฟรีมานานแล้ว' ไม่ใช่เหตุผลที่จะ 'กินฟรี' ต่อไป

18 มี.ค.2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพ่บทความ เรื่้อง “กินฟรีมานานแล้ว” ไม่ใช่เหตุผลที่จะ “กินฟรี” ต่อไป มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อ สส.นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มีข้อเสนอให้ยกเลิกอาหารกลางวันฟรีของ สส. ลดจำนวนผู้ช่วย และยกเลิกระบบบำนาญของนักการเมืองให้ใกล้เคียงกับระบบของประชาชนทั่วไป เสียงคัดค้านก็ดังขึ้นจากหลายส่วน บางส่วนเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นโดยไม่พูดถึงเรื่องยกเลิกอาหาร และก็มีบางคนอย่าง “นายโสภณ ชารัมย์” ประธานรัฐสภาป้ายแดง ที่ออกมาตอบโต้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า

“ตลก เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องมาพูดแบบนี้ เราหารือกันได้ ได้มติอย่างไรค่อยแถลง ผมอยู่สภาตั้งแต่ปี 2544 ก็มีการเลี้ยงข้าวแบบนี้”

คำโต้แย้งเช่นนี้ฟังดูเหมือนจะมีเหตุผล แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกแล้ว กลับเป็นเพียงการอธิบายว่า การกินฟรี “เคยมีอยู่ในอดีต” แต่ไม่ได้ตอบคำถามสำคัญที่สุดเลยว่า แล้วมันยัง “เหมาะสม” ที่จะ “กินฟรี” ต่อไปหรือไม่

การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำกัน “มานาน” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นจะ “ต้อง” ถูกต้องตลอดไป หากใช้ตรรกะว่า “ทำแบบนี้มานานแล้ว จึงควรทำต่อไปได้” สังคมก็คง “ไม่” สามารถ “ปฏิรูป” อะไรได้ทั้งสิ้น

ในอดีตมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สังคมเคยรับทราบมานาน เช่น ระบบอุปถัมภ์ การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง หรือการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างไม่ระมัดระวัง แต่เมื่อสังคมพัฒนา ประชาชนย่อมมีสิทธิถามว่า สิ่งเหล่านั้นยัง “เหมาะสม” อยู่หรือไม่ ควรต้องถูก “คัดค้าน” และ “ยกเลิก” ได้หรือยัง

กรณีอาหารกลางวันของ สส.ก็เช่นกัน ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงว่าค่าอาหารจะมากหรือน้อยเท่านั้น หากแต่อยู่ที่หลักการว่า นักการเมืองที่มีเงินเดือนหลักแสนบาท ควรเอาภาษีของประชาชนเพื่อ “กินฟรี” ต่อไปหรือไม่

คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกพื้นฐานของสังคมที่ว่า นักการเมืองต้องไม่เอาเปรียบประชาชน ดังนั้น การตอบโต้ของประธานรัฐสภาด้วยเหตุผลว่า “ก็กินฟรีอย่างนี้มานานแล้ว” จึงไม่ได้ช่วยอธิบายอะไรเลย นอกจากสะท้อนความคิดที่มองว่า สิ่งที่เคยมีอยู่แล้ว “ไม่ควร” ถูกตั้งคำถาม ซึ่งในสังคมประชาธิปไตย การตั้งคำถามต่อการใช้ทรัพยากรของรัฐไม่ใช่เรื่อง “ตลก” หากเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่ต้องการเห็นว่า ภาษีของตนถูกใช้ด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่ “ผลาญ” อย่างไร้ความรับผิดชอบ

สิ่งที่กำหนดความชอบธรรมของรัฐสภา ไม่ได้อยู่ที่ประเพณีเดิมที่ “สืบทอด” กันมา หรือ “ทำกันมานานแล้ว” แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นของประชาชนว่า ผู้แทนของพวกเขาไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนเพื่อความสะดวกสบายของตนเองโดยไม่คำนึงถึง “ความเหมาะสม” “ความถูกต้อง” และความรู้สึกของประชาชน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.บุญส่ง' ค้าน ยุบ อบต. ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ยุบ อบต.: แก้ปัญหาปลายเหตุ หรือหลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย มีเนื้อหาดังนี้

ประธานโสภณ เตือนสติ ! สังคมติดกับดักความขัดแย้ง ฝ่ายแพ้ไม่ยอมรับ ย้ำอยากเห็นประชาธิปไตยกินได้ ใช้เหตุผลสู้ในสภา พร้อมฝากอนาคตประเทศไว้กับคนรุ่นใหม่

วันที่ 24 ก.ค.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริม และสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน กิจกรรมรวมรุ่นเยาวชนเพื่อการสร้างความเป็นพลเมือง

ประธานสภาลั่นเป็นศิษย์ตถาคตไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน!

'โสภณ' ยกหลักธรรมลั่นเป็นศิษย์ตถาคต ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน-ไม่หวั่นแรงกดดัน ยันไม่ดองคำร้องสอบ ป.ป.ช.คดี 'ศักดิ์สยาม' ชี้ต้องรอคณะผู้ทรงคุณวุฒิชงความเห็น ย้ำยึดหลักกฎหมายไม่ใช่อารมณ์

ไม่เอาเกียรติยศมาเล่น! โสภณลั่นไม่ยื้อคดี 'ศักดิ์สยาม'

ประธานสภาย้ำไม่ยื้อคดี 'ศักดิ์สยาม' ใช้ดุลพินิจตาม กม. ลงนามตั้งกรรมการแล้ว พร้อมเร่งแก้ปัญหาอาคารรัฐสภาก่อนหมดประกัน ย้อนถามทำหนังสือจี้ตอบกระทู้ แล้วยุคนั้นนายกฯ มาตอบไหม

'โสภณ' ชูผลงาน 122 วันดันกฎหมายมากสุด-ประชุมไม่ล่ม

'โสภณ' ปลื้มผลงาน 1 สมัยประชุม ดันกฎหมายมากสุด-คุมประชุมไม่ล่ม วางงานอนาคตดันกฎหมายปลดล็อก-แก้ปัญหาประเทศ พร้อมของ สส.พึงสังวรณ์การตัดสินใจในสภา ขอความร่วมมือใช้เวลาสภาให้คุ้มค่า