
กองทุนอนุรักษ์ฯอัดงบ 4,000 ล้าน หนุนผลิตไบโอแก๊ส เพิ่มประสิทธิภาพภาคอุตฯ โชว์เคส 'TEBP' ต้นแบบจัดการกากของเสียสู่นวัตกรรมพลังงานชีวภาพแบบครบวงจร
8 ต.ค. 2568 - นายอัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ด้านบริหาร) หรือ ส.กทอ. ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี โครงการศึกษาดูงานบริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP จ.ชลบุรี กรณีผลสำเร็จจากการนำน้ำเสียและกากของเสียอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางตามแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ที่ผลักดันให้เกิดการผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) ในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ตามแผนการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในช่วงปีพ.ศ. 2551 – 2555 เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีความพร้อมเร่งลงทุนจัดสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ
ทั้งนี้ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้จัดสรรเงินกองทุนฯ รวม 3,982,500,000 บาท สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียและกากของเสียอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม เอทานอล น้ำยางข้น แปรรูปอาหาร เป็นต้น และนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มาใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมา กองทุนฯ สามารถส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมรวม 226 แห่ง มีวงเงินลงทุนรวม 16,698 ล้านบาท โดยกองทุนฯ ให้การสนับสนุนวงเงินรวม 2,013.43 ล้านบาท สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้รวมประมาณ 845.96 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่าทดแทนพลังงานรวม 6,798.19 ล้านบาท/ปี แบ่งเป็นการนำไปผลิตไฟฟ้าได้ 764.59 ล้านหน่วย/ปี คิดเป็นมูลค่า 2,293.76 ล้านบาท/ปี และนำไปทดแทนความร้อน (ถ่านหิน LPG น้ำมันเตา) ได้เป็นมูลค่า 4,504.43 ล้านบาท/ปี และช่วยลดปริมาณ 1.945 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า/ปี (@ 2.3 ลบ.ม. ก๊าซชีวภาพ/กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า)
สำหรับบริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP ถือเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในโรงงานอุตสาหกรรมช่วงปี 2551–2555 รวมทั้งสิ้น 10 โครงการ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ รวม 84.77 ล้านบาท จากเงินลงทุนรวมประมาณ 233 ล้านบาท หรือประมาณ 36% ของเงินลงทุนรวม โครงการฯ สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 12.83 ล้านลบ.ม./ปี ทดแทนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งค่าไฟและ LPG รวม 95.32 ล้านบาท/ปี ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 10.625 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี
‘TEBP ถือเป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่สามารถนำงบที่ได้จากการจัดสรรจากกองทุนอนุรักษ์ฯ มาต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการของเสียให้เป็นพลังงานก๊าซชีวภาพ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำเสียและกากของเสียได้ ภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ (Zero Waste) พร้อมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้เกิดขึ้น ทำให้ธุรกิจมีความแข็งแรงและได้รับการยอมรับจากลูกค้า ถือเป็น Organic Waste Management Hub ของ EEC ปัจจุบัน TEBP สามารถขยายต่อยอดการลงทุนไปสู่ระดับ 2 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพและขยายขอบเขตการให้บริการรับบริหารจัดการน้ำเสียและกากของเสียแก่โรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ EEC และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างครบวงจร ปัจจุบัน TEBP ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเตรียมเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO (Initial Public Offering) ถือเป็นตัวอย่างโครงการที่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ซึ่งการลงทุนด้านก๊าซชีวภาพไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศอีกด้วย’นายอัมรินทร์ กล่าว
นายก้องกิต โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP กล่าวว่า บริษัทฯ เริ่มต้นการพัฒนาพลังงานชีวภาพมาตั้งแต่ปี 2551 เราลงทุนก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ โดยการนำน้ำเสียและกากของเสียที่ออกจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงงานผลิตน้ำยางข้น และโรงงานผลิตยางแท่งของบริษัทในเครือ มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในกระบวนการอบยางแท่งของโรงงานยาง และนำไปผลิตไฟฟ้าใช้ภายในโรงงานและบริษัทในเครือ รวมถึงจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
‘บริษัทฯ ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเราได้ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนครั้งแรกในปี 2551 และปี 2554-2555 รวมกว่า 10 โครงการ คิดเป็นเงินทุนสนับสนุนประมาณ 84 ล้านบาท จากงบลงทุนทั้งหมด 233 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้เราเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด เราได้นำงบสนับสนุนมาวางรากฐานโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียและกากของเสียในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำในและยางพาราของบริษัท ซึ่งบริษัทฯ เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้มาต่อยอด และลงทุนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการสร้างนวัตกรรมพลังงานทดแทนได้อย่างจริงจัง’นายก้องกิตกล่าว
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน TEBP ได้ขยายกำลังการผลิต พัฒนา และต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนประเภทพลังงานชีวภาพและรับบริหารจัดการน้ำเสียและกากของเสียแบบครบวงจร ทั้งการผลิตก๊าซชีวภาพ การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ และการบริหารจัดการน้ำเสียและกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากกากตะกอนที่ออกจากบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาน้ำเสียและกากของเสียที่เกิดจากการผลิต แต่ยังตอบโจทย์การใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร และยกระดับการใช้พลังงานสะอาดของประเทศ เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และล่าสุดเราได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่ได้รับการรับรองโดย องค์การบริการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ประมาณ 53,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
'TEBP จึงเป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่ผสมผสานการสนับสนุนจากภาครัฐกับความมุ่งมั่นของภาคเอกชน จนเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม' นายก้องกิต กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พลังงาน แจงค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่
รองปลัดพลังงาน เผย กองทุนน้ำมันติดลบ 4.7 หมื่นล้าน ไหลออกวันละ 1.7 พันล. แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่ มอง นำเข้าน้ำมันรัสเซีย กต.หารือแล้ว หากนำเข้าจริงต้องคุยเอกชนหาสถานที่เก็บ

