'พิพัฒน์' เคาะโยน ครม.สางปมสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

พิพัฒน์’ ถก 5 ฝ่าย สางปมสัญญา ‘ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’ สั่ง อีอีซี.สรุปเคลียร์ข้อสังเกตของอัยการ เร่ง ชงบอร์ดอีอีซี พ.ย.นี้ พร้อมชง ครม. ตัดสินใจจะแก้หรือไม่แก้สัญญาฯเสี่ยงรัฐถูกฟ้อง ส่อขัดหลักพ.ร.บ.ร่วมทุน PPP

15 พ.ย. 2568-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเพื่อติดตามประเด็นความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่ากว่า 2.24 แสนล้านบาทว่าได้ประชุมหารือร่วม 5 หน่วยงาน ได้แก่ EEC.ในฐานะเจ้าของโครงการ, สำนักงานอัยการสูงสุด, บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ผู้รับสัมปทาน กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่าจากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่5 หน่วยงานมาให้ข้อมูลว่าหากมีการแก้ไข้สัญญาแล้วจะเป็นอย่างไร จึงเชิญที่ปรึกษาจากอัยการสูงสุดมาร่วมประชุมเพื่อต้องการข้อเสนอแนะ

ทั้งนี้ เนื่องจากเอกชนผู้รับสัมปทานยืนยันที่จะขอมีการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนจากภาครัฐเป็นแบบ “สร้างไปจ่ายไป” โดยทาง อีอีซี ไม่ได้ขัดข้องในเรื่องนี้ ทั้งนี้เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าสำเร็จ ในส่วนของตนนั้นไม่เห็นด้วยกับรูปแบบในการที่จะสร้างไป จ่ายไป ขณะที่อัยการสูงสุดก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าแก้ได้หรือไม่ได้ แต่ในสัญญาข้อ 5 ระบุว่า เหตุการณ์อย่างภัยธรรมชาติโรคระบาด หรือสงคราม ไม่สามารถใช้เป็นสาเหตุแก้ไขสัญญาได้ ดังนั้นจะนำเรื่องนี้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้พิจารณาเรื่องดังกล่าว

สำหรับรายละเอียดต่างๆได้มอบให้ อีอีซี.ไปสรุปเร่งดำเนินการตามข้อสังเกตของสำนักงานอัยการสูงสุด และให้เสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(บอร์ดอีอีซี) พิจารณาภายในเดือนปลายเดือน พ.ย.2568 ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป โดยเรื่องนี้จะต้องได้ข้อสรุปก่อนยุบสภาปลายเดือน ม.ค.2569 ซึ่งหลังจากนี้ อีอีซี. ต้องไปเร่งหารืออัยการสูงสุดให้ชัดเจนทุกข้อสังเกต และรีบกลับมาเสนอเข้า ครม. พิจารณาโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันจะต้องรอความเห็นจากกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาฯ เพราะกังวลว่าจะเป็นตัวอย่างให้โครงการอื่นๆ เนื่องจากในอนาคตสามารถร้องขอแก้ไขสัญญาได้เช่นกัน ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างชัดเจนว่าอาจถูกผู้ยื่นประมูลรายอื่นๆฟ้องร้อง เหตุเพราะหากรู้เงื่อนไขสามารถเปลี่ยนหลังประมูลได้ ขณะเดียวกันขึ้นอยู่กับมติ ครม. โดยมี  2 ทางเลือก คือ หาก ครม. อนุมัติให้แก้ไขสัญญา โครงการจะเดินหน้าต่อภายใต้เงื่อนไขใหม่ แต่จะต้องรับความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องและผลกระทบต่อหลักการ PPP และหาก ครม. ไม่อนุมัติ จะต้องเชิญภาคเอกชนมาหารืออีกครั้งว่าต้องการเดินหน้าต่อหรือยุติ ซึ่งอาจทำให้โครงการเข้าสู่ความไม่แน่นอนและต้องหาแนวทางใหม่ตามมติ ครม. อีกครั้ง

แหล่งข่าวจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ซีพี) เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมหารือประเด็นการแก้ไขปัญหารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ร่วมกับกระทรวงคมนาคม, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ,การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานอัยการสูงสุด ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขสัญญาหรือไม่ เนื่องจากต้องรอการนำเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน

สำหรับประเด็นที่อัยการสูงสุดมีความเห็นในที่ประชุมถึงเรื่องหลักประกัน มองว่าประเด็นหลักประกันที่ต้องวางใหม่ ควรเป็นประกันเฉพาะส่วนที่รัฐต้องจ่ายเงินให้กับเอกชนตามผลงานที่ส่งมอบเท่านั้น ไม่ควรต้องนำหลักประกันทั้งหมดมารวมไว้กับงานอื่น ๆ ที่มีหลักประกันเดิมครอบคลุมอยู่แล้ว เนื่องจากหลักประกันดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้รัฐเกิดความสบายใจในการจ่ายเงินตามงานที่ส่งมอบได้ต่อเนื่อง และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกับโครงการอื่นที่ต้องรอการก่อสร้างเสร็จทั้งหมดก่อนจึงจะจ่ายเงิน ทำให้หากโครงการถูกทิ้งงาน รัฐจะไม่สามารถเข้าไปดำเนินการต่อได้ทันที เพราะยังไม่ถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ

แหล่งข่าวจากบจ. เอเชีย เอราวัน กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการ และยอมรับว่าต้องเตรียมความพร้อมแล้ว แต่หยุดชะงักมานานหลายปี คาดว่าโครงการจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในช่วงกลางปี 2569 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม.ด้วย

“ประเด็นการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อดำเนินโครงการนี้ เบื้องต้นทางธนาคารผู้ให้กู้ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและ CDB ของประเทศจีน มีความเห็นว่า หากใช้วิธีการชำระเงินตามสัญญาเดิมจะไม่สามารถให้กู้ได้ โดยแนะนำว่าในส่วนของงานด้าน ระบบอาณัติสัญญาณ และงานก่อสร้างด้านโยธาจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการชำระเงิน” แหล่งข่าวจากบจ. เอเชีย เอราวัน กล่าว

ส่วนประเด็นข้อเสนอเพิ่มเติมจากกระทรวงคมนาคมเรื่องรถไฟความเร็วสูงส่วนต่อขยายเชื่อมจังหวัดตราด เบื้องต้นบริษัทมีความสนใจ แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ รูปแบบการลงทุนว่าจะเป็นการลงทุนแบบ PPP Net Cost  ซึ่งรูปแบบนี้อาจจะยากไปสำหรับบริษัท เพราะเอกชนรับความเสี่ยงรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้รูปแบบการลงทุน PPP Gross Cost อาจจะดำเนินการได้ เพราะรัฐรับความเสี่ยงรายได้และจ่ายค่าบริหารจัดการให้เอกชน ทั้งนี้คงต้องรอการพิจารณาข้อเสนอและเงื่อนไขที่ชัดเจนอีกครั้งกับภาครัฐก่อนตัดสินใจลงทุน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์' ควง ชลัฐ ลูกชาย ปิดเวทีปราศรัยพัทลุง มั่นใจภูมิใจไทย ยกทั้ง 3 เขต ชูสะพาน-สนามบิน ทวงคืน 30 ปีโอกาสคนใต้ กระแสตอบรับคึกคัก

บรรยากาศเวทีปราศรัยพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดพัทลุงเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังจากพี่น้องประชาชน โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ และ นาย ชลัฐ รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนชัด พร้อมย้ำความเป็นลูกหลานคนพัทลุง มั่นใจสามารถ “ยกจังหวัด” คว้า ส.ส. ครบทั้ง 3 เขต ด้วยนโยบายที่ทำได้จริงและ ตรงความต้องการของพี่น้องชาวพัทลุง

'อนุทิน' อ้อนคนคอน เลือก 'ภท' เหน็บ 'ปชป.' ไม่มีหรอก 'สมบัติพ่อเฒ่า' มีแต่ของประชาชน

'อนุทิน' อ้อนคนคอน เลือก 'ภูมิใจไทย' ลบคำว่าลำบากออกจากความคิด ยืนยัน ทำงานไม่เคยทวงบุญคุณ ซัด ไม่มีหรอก 'สมบัติพ่อเฒ่า' มีแต่ของประชาชน ย้อนถามเลือกไปทำไม นายกฯก็ไม่ได้เป็น ขออะไรก็ไม่เคยได้ ดีแต่ปราศรัยโจมตีคนอื่น ฝาก 'อภิสิทธิ์' ไม่มีเวลาให้ คุยกับคนคอน มีประโยชน์กว่า เหน็บ บางพรรคไร้ สส.ใต้ เลยบอกเอาไว้ก่อน ไม่เหมือน ภท. เท่าเทียบทุกภาค