
‘เอกนิติ’ แจงร่วมเฟรม ‘เบน สมิธ’ แค่งานเลี้ยง ยันไม่รู้ใครพาเข้ามา รับไม่เสียใจถูกโยงเป็นประเด็นโต้ตอบทางการเมือง พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนี้ต้องระวังตัวมากขึ้นเวลาถูกขอถ่ายรูป ระบุยังไม่ได้ตัดสินใจหลังถูกทาบทามเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทย
4 ธ.ค. 2568 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายร่วมเฟรม โดยเป็นการร่วมพูดคุยกับนายเบน สมิธ ว่า ภาพที่ปรากฏดังกล่าวเป็นภาพจากงานเลี้ยงของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งถ่ายเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งเป็นงานเลี้ยงผู้เข้าร่วม 60-70 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับประเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชนหลากหลายวงการ ผมเข้าไปร่วมงานในฐานะที่ปรึกษาและอาจารย์หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของ สตช.และเป็นผู้ร่วมงาน เช่นเดียวกับแขกท่านอื่น ๆ ที่ไปร่วมพบปะพูดคุยกันตามธรรมเนียมในโอกาสงานสังคมทั่วไป
“ปกติหลักสูตรจะมีคนเข้าเรียนประมาณ 100 คน ส่วนในภาพน่าจะเป็นกิจกรรมหลังหลักสูตร ซึ่งภายในงานมีคนมาร่วม ประมาณ 60-70 คน ส่วนคุณเบน สมิธ ไม่ได้เรียนในหลักสูตรนี้ด้วย ผมเข้าใจว่าน่าจะมีคนหรือเครือข่ายเพื่อนพามา ซึ่งผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนพาเข้างานมาด้วย เพราะภายในงานมีคนเยอะมาก” นายเอกนิติ ระบุ
อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ยอมรับว่า ไม่คุ้นเคยกับการตอบโต้ในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้ โดยส่วนตัวที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะตั้งใจอยากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศจริง ๆ ไม่คิดว่าจะต้องมาคอยระมัดระวังอะไรขนาดนี้ และที่ผ่านมาเวลาไปงานเลี้ยง หรือไปงานขึ้นกล่าวปาฐกถาต่าง ๆ ก็จะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป หรือแลกนามบัตร และตามธรรมชาติผมก็ถ่ายรูปด้วย ไม่มีอะไร แต่หลังจากนี้อาจจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น
พร้อมทั้งยืนยันว่า ‘ไม่เสียใจ’ ที่ตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งและต้องเจอกับสถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ เนื่องจากตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นก็อยากทำงานในส่วนที่ตัวเองรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจให้มากและดีที่สุด
ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีการให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ระหว่างการทาบทามให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า ยอมรับว่านายกรัฐมนตรีได้มีการทาบทามจริง ตามที่มีการให้สัมภาษณ์ไป และขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการทาบทาม ส่วนตัวยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร ตอนนี้ยังขอโฟกัสที่การทำงานในหน้าที่ปัจจุบันก่อน โดยอยากทำงานทุกวันให้ออกมาดีที่สุด
“ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองต่อหรือไม่ เพราะยังโฟกัสและตั้งใจจะทำหน้าที่ในวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน ส่วนต่อไปจะตัดสินใจอย่างไรก็ต้องยอมรับว่าอาจจะต้องเอาเรื่องเกมการเมืองมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาคิด นำมาประกอบการตัดสินใจด้วย แต่วันนี้ผมขอยืนยันว่าเมื่อตัดสินใจเข้ามาช่วยประเทศแล้ว ก็จะเดินหน้าต่องานให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องอนาคตค่อยคิดกันอีกที วันนี้ขอทำงานให้ดีที่สุดก่อน” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (36)
ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
🔴 LIVE ยิ่งใกล้ ยิ่งเละ! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

