'เอกพจน์'มองปี 2569 อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีโอกาสที่ฟื้นตัว จากปัจจัยบวกทั้งตลาดภายในและตลาดส่งออก ภาคการผลิตกุ้งจะต้องเตรียมพร้อมการเพิ่มผลผลิตเพื่อจะรองรับตลาดส่งออกที่ฟื้นตัว โอด13ปีที่ผ่านมาการผลิตบอบช้ำหลังเผชิญ EMS ทำให้ผลผลิตเสียหายเหลือเพียง 2.7 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 650,000 ล้านบาท
5 ม.ค. 2569 -นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ปี 2569 อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีโอกาสที่ฟื้นตัว จากปัจจัยบวกทั้งตลาดภายในและตลาดส่งออก ภาคการผลิตกุ้งจะต้องเตรียมพร้อมการเพิ่มผลผลิตเพื่อจะรองรับตลาดส่งออกที่ฟื้นตัว เพราะต้องยอมรับว่าการผลิตบอบช้ำมากในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา เพราะผลผลิตกุ้งไทยเสียหายจากภาวะกุ้งตายด่วนหรือ EMS ทำให้ผลผลิตจากเคยทำได้ 6 แสนตัน เหลือเพียง 2.7 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 650,000 ล้านบาทที่หายไป ดังนั้น หากไทยสามารถเพิ่มผลผลิตเป้าหมายจาก 2.7 แสนตัน เป็น 4 แสนตันได้ จะทำให้อุตสาหกรรมไทยมีสีสันกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้งนี้ ปี 2569 จะเป็นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยเฉพาะตลาดที่สำคัญ คือ ตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ท็อป 5 ของการส่งออกกุ้งไทย ซึ่งล่าสุดเพิ่งประกาศปรับขึ้นภาษี Reciprocal สินค้ากุ้งนำเข้าจากอินเดีย 50% เมื่อบวกกับอัตราภาษีเดิมที่มีการกำหนดอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) อัตรา 2.01-5.32% ภาษีตอบโต้การอุดหนุน (CVD) อัตรา 5.77% เท่ากับว่าสินค้ากุ้งจากอินเดียที่ส่งออกไปสหรัฐจะถูกเรียกเก็บภาษีรวม 57.78 - 61.09% นั่นจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอินเดีย
ทั้งนี้ ในแต่ละปีอินเดียส่งออกกุ้งไปสหรัฐ 300,000 ตัน หากสินค้ากุ้งอินเดียราคาปรับขึ้นตามอัตราภาษี ก็เท่ากับว่าสินค้ากุ้งจากไทยมีโอกาสที่จะเข้าช่วงชิงตลาดสหรัฐจากอินเดีย เพราะไทยเสียภาษีนำเข้าเพียง 19% ต่ำกว่าอินเดีย และใกล้เคียงกับ เอกวาดอร์ ประเทศคู่แข่งอันดับ 1 ตลอดกลาย นอกจากนี้อัตราภาษีดังกล่าว ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งที่ส่งสินค้าเข้าไปยังสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ซึ่งมีอัตราภาษีทุกประเภทรวม 58.6-58.13% และ อินโดนีเซีย 22.90%
สำหรับ ตลาดสหรัฐนับได้ว่าเป็น หนึ่งในตลาดท็อป 5 ตลาดส่งออกกุ้งไทยในปี 2568 มีการนำเข้ากุ้งจากไทย ในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ปริมาณ 20,465 ตัน มูลค่า 7,975 ล้านบาท รองจากตลาดอันดับ 1 คือ ญี่ปุ่น ที่มีการนำเข้ากุ้งจากไทย 25,008 ตัน มูลค่า 8,284 ล้านบาท และ เบอร์ 2 คือ จีน ที่มีการนำเข้ากุ้งจากไทย 24,030 ตัน มูลค่า 7,843 ล้านบาท
ในส่วนของตลาดญี่ปุ่น แนวโน้มในปี 2569 ยังนับได้ว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออกของไทย เพราะญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อ โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่ Ready to Eat ถือว่ามีโอกาสอย่างมาก ขณะที่ตลาดส่งออกจีน ปี 2569 ก็ถือเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีโอกาสที่ดีขึ้น โดยตลาดนี้ที่ให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียม มีสินค้าที่โดดเด่น คือ กุ้งกุลาดำต้ม
แต่ไฮไลน์ที่น่าสนใจอย่างมาก ในปี 2569 คือ ตลาดสหภาพยุโรป ถือเป็นปัจจัยบวกใหม่ที่จะเข้ามาเสริม หากไทยสามารถเจรจาจัดทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี ไทย-สหภาพยุโรป(FTA Thai-EU) และเอฟทีเอไทย-สหราชอาณาจักร ( FTA Thai-UK) สำเร็จ จะทำให้ไทยมีช่องทางในการขยายการส่งออกไปยังตลาดนี้เพิ่มขึ้นอีก เพราะเดิมไทยเคยส่งออกไปได้มากกว่า 60,000 ตัน ก่อนที่จะถูกตัดสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ทำให้ตลาดนี้ส่งออกลดลงเหลือเพียง 200 ตันเท่านั้น
สุดท้าย คือ ตลาดในประเทศเติบโตเท่าตัว ยิ่งมี โครงการคนละครึ่ง พลัส ยิ่งเป็นแรงหนุนตลาดในประเทศโต สะท้อนจากข้อมูลฟาร์ม พบว่า ปกติปากบ่อจับกุ้ง 10 ตัน ขายห้องเย็นหมด แต่วันนี้เหลือ 1 ตันไปส่งออก ส่วนที่เหลือ 9 ตันขายในประเทศ เพราะตัวเลขคนบริโภคในประเทศเพิ่มจาก 1.12 กก.ต่อคนต่อปี เป็น 2.68 กก.ต่อคนต่อปี และยิ่งมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 34 เป็น 40 ล้านคน จะทำให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น
และหากรัฐบาลให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ช่วยผลักดันให้กุ้งเป็นวาระแห่งชาติก็จะช่วยให้ไทยสามารถเพิ่มผลิตกลับมาเป็น 4 แสนตันได้ เพียงพอเหมาะกับแคพาซิตี้ของห้องเย็น ซึ่งจะสร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศไทยนับแสนล้านบาท.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PCE เปิดงบปี 68 รายได้ทะลุ 30,550ล้าน
PCE โชว์ผลงานปี 68 รายได้รวมทะลุ 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% สร้างสถิติสูงสุด บอร์ดมีมติเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น ปักธงปี 69 เดินเกมรุกดันยอดขายเติบโต 10–15%
‘ลลิล’มองเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวตั้งเป้าปี69ยอดขาย 4,200 ล้านบาท
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกไทยในปี 2569 ยังขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน กางแผนธุรกิจเน้นเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมเปิดโครงการใหม่ทั้ง4 - 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาท
‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%
‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand

