
‘แบงก์ชาติ’ ยันมาตรการคุมขายทองออนไลน์ดีเดย์ 1 มี.ค. 69 พร้อมผ่อนผันสต็อกทอง ขายได้ไม่จำกัดระยะเวลา แจงส่งรายงานธุรกรรมผิดปกติให้ กกต. เรียบร้อยแล้ว เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 68 ยังฉลุย ชี้ปมไทยคัมแบ็คขึ้นบัญชีสหรัฐฯ จับตาไทยไม่กระทบตลาด-ไม่เสี่ยงถูกเป็นประเทศบิดเบือนค่าเงินแน่นอน
30 ม.ค. 2569 – นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท.กล่าวถึงการกำกับธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ว่า มาตรการดังกล่าวได้กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อีกทั้งยังยกระดับมาตรฐานการทำธุรกรรมซื้อขาย โดยการกำหนดเงื่อนไขการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม วงเงินการซื้อขายไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม โดยช่องทางอื่น ๆ ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งการซื้อขายทองคำผ่านหน้าร้าน การซื้อบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นสกุลเงินดอลลาร์ การออมทอง หรือการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (TFEX) รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมภารรวมและธุรกรรมที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติม โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป
“ธปท. ได้เข้ามากำกับดูแลการซื้อขายทองคำ เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของค่าเงินบาท โดยเฉพาะในช่วงที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ซึ่งมักจะกระตุ้นให้ราคาทองคำสูงขึ้นจนนำไปสู่การเทขายทองคำและทำให้เงินบาทแข็งค่ามากยิ่งขึ้น และการกำหนดเพดานการทำธุรกรรมไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์มนั้น เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าบุคคลทั่วไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น” นางสาวพิมพ์พันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ถือทองคำมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 30 ม.ค. 2569 จะสามารถขายทองตามจำนวนที่มีอยู่เดิมได้ โดยไม่จำกัดระยะเวลาในการขาย
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอข้อมูลการแลกเงินผิดปกติ ว่า ธปท. ได้ส่งข้อมูลรายงานธุรกรรมที่ผิดปกติให้ กกต. เรียบร้อบแล้ว ซึ่ง กกต.มีกฎหมายที่จะเรียกหรือขอข้อมูลที่จะตรวจสอบได้ ซึ่งสามารถขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาความโปร่งใสที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดย กกต.จะต้องพิจารณาสอบสวนเองในแง่ของการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ธ.ค. 2568 ขยายตัวจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นที่ขยายตัวได้ 18.1% โดยพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและสินค้าเกษตร การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดบริการที่ได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงหมวดยานยนต์จากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV3.0 สิ้นสุดลง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับดีขึ้น ส่วนการนำเข้าสินค้า ขยายตัว 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบ 0.28% น้อยลงจากเดือนก่อนตามหทวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกอยู่ที่ 0.59% แต่ชะลอลงเล็กน้อยตามราคาค่าโดยสารสาธารณะ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ซักล้าง อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากทั้งด้านอุปสงค์ในและต่างประเทศที่ปรับดีขึ้น สอดคล้องกับด้านอุปทาน โดยการส่งออกขยายตัว 9.4% และการนำเข้าขยายตัว 17.5% โดยในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากกิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะภาคการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวต่ำ จากปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความสามารถในการแข่งขัน กดดันการเติบโตของรายได้และกำลังซื้อให้มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ในระยะข้างหน้า ยังต้องติดตามผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท, สภาพคล่องของธุรกิจที่ตึงตัว, ความสามารถในการปรับตัวของภาคการผลิต และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว
ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ได้นำเสนอรายงานรอบครึ่งปีด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค และอัตราแลกเปลี่ยน โดยไทยถูกเพิ่มกลับเข้ามาในบัญชีรายชื่อนี้อีกครั้งที่ต้องตับตาใกล้ชิดในด้านพฤติกรรมอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เชื่อว่าเป็นผลจากการเกินดุลการค้า และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่อยู่ที่ 3.8% เทียบกับจีดีพี ตั้งแต่ ก.ค. 2567-มิ.ย. 2568 และยังมีอีก 9 ประเทศที่ถูกจับตาเช่นเดียวกัน
“ที่ผ่านมามีมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนมีผลต่อการดูแลหรือจำกัดต่อค่าเงินหรือไม่นั้น ธปท. ได้ ดูแลในเรื่องของความผันผวนไม่ให้แข็ง หรืออ่อนค่าเกินไป และจากรายงานไม่ส่งผลต่อตลาดแต่อย่างใด และเชื่อว่าไทยจะไม่ได้ถูกจัดเข้าไปอยู่ในประเทศบิดเบือนค่าเงินอย่างแน่นอน ส่วนในแง่การเจรจาภาษียังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทำงานอย่างร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า จากการที่ไทยถูกจัดอยู่ในประเทศถูกจับตาน่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจา” นางสาวชญาวดี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
'แบงก์ชาติ'ขยับสกัดซื้อเสียง กระตุก'กกต.'เข้มโค้งสุดท้าย
กลายเป็นประเด็นร้อนก่อนถึงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ทุกพรรคอยู่ในช่วงการชิงคะแนนเสียง และถูกจับตาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง หลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
กกต.อ้างไม่ได้ทำMOU กับแบงก์ชาติเลยยังไม่ได้ข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อต!
'แสวง' เผยคุยผู้ว่าแบงก์ชาติแล้ว เตรียมหารือเข้มอีกรอบ รับข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อต สั่งสนง.เฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมาย-แข่งขันรุนแรง
คุมเทรดทอง สกัดบาทแข็ง ดัชนีอุตฯร่วง
"แบงก์ชาติ" จ่อออกประกาศ 2 ฉบับ คุมซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปเงินบาท

