BPP รุกลงทุนโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ‘เมกะเมาท์’ ขนาด 100 เมกะวัตต์ เสริมแกร่งและขยายโอกาสสร้างรายได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี พร้อมเตรียมก้าวสู่กลุ่มธุรกิจ ‘Power+’ ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ คาด COD ไตรมาส 4 ปี 2570
2 ก.ย. 2569 - นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนในสหรัฐฯ ด้วยการเข้าลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เมกะเมาท์ (Megamouth Battery Energy Storage System: BESS) ผ่านบริษัทลูก Banpu Power US Corporation (BPPUS) มูลค่าประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่า 2,799 ล้านบาท) ตั้งอยู่ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส (Houston, Texas) ซึ่งเป็นตลาด BESS ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ โครงการนี้มีขนาดกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ CenterPoint Energy ผู้ให้บริการระบบสายส่งหลักในเมืองฮิวสตัน
ทั้งนี้ ระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าวจะดำเนินการจำหน่ายและส่งไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปี 2570 การลงทุนครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายใต้ ‘Power+’ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักภายหลังการควบบริษัทกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) พร้อมเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บ ไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้า เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าที่กำลังก้าวสู่ภูมิทัศน์พลังงานยุคใหม่อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT เป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่มีการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐฯ โดยคาดว่าความต้องการไฟฟ้าของสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) อาจเพิ่มขึ้น 70% ภายในปี 2574 แตะระดับประมาณ 143 กิกะวัตต์ ท่ามกลางสภาพราคาพลังงานที่ผันผวนจากสภาพอากาศแปรปรวน และสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันระบบไฟฟ้าใน ERCOT ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล รวมถึงการที่ ERCOT ยังไม่มีกลไกตลาด Capacity Market ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้มีไฟฟ้าสำรองเพียงพอในช่วงที่มีความต้องการสูง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ERCOT เป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่เผชิญความท้าทายด้านการจัดการระบบไฟฟ้าสูงกว่าหลายตลาดในสหรัฐฯ
“ตลาด ERCOT กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบพลังงานสหรัฐฯ ทำให้ BESS กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นให้กับโครงข่ายไฟฟ้า BPP เล็งเห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์นี้จึงตัดสินใจเข้าลงทุนโครงการ BESS ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) พร้อมเปิดโอกาสในการให้บริการธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น ธุรกิจศูนย์ข้อมูลและธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายไฟฟ้าในสหรัฐฯ ผ่าน BPPUS ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารโครงการเพื่อความยืดหยุ่นในการสร้างรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนการดูแลรักษาระบบให้เสถียร เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานอย่างครบวงจรในอนาคต ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงาน ความร้อน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มบ้านปูในตลาดพลังงานโลกอย่างมั่นคง”นายอิศรากล่าว
นายอิศรากล่าว โครงการ BESS นี้จะสร้างรายได้หลักจากโมเดลธุรกิจ Energy Arbitrage ซื้อไฟช่วงราคาต่ำ–ขายช่วงราคาสูง และ Ancillary Services บริการเสริมที่สนับสนุนเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า[3] รองรับสถานการณ์ความผันผวนของระบบไฟฟ้าใน ERCOT พร้อมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์จาก Investment Tax Credit (ITC) ประมาณ 40% ของมูลค่าการลงทุน
“การลงทุนในสินทรัพย์พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ไม่เพียงสอดรับกับทิศทางความต้องการของพลังงานในอนาคต แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจ BESS ภายใต้ธุรกิจ ‘Power+’ ของกลุ่มบ้านปู ที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและตอบโจทย์เป้าหมาย Decarbonization ของบริษัท” นายอิศรา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุริยะใส สะท้อนโลกหลังเวเนซุเอลา ข้องใจ 'สหรัฐฯ' กำลังเสนอ 'สันติภาพ' หรือ 'ระเบียบอำนาจใหม่'
ปรากฏการณ์ที่ สหรัฐอเมริกา ถูกวิพากษ์อย่างหนักจากประชาคมโลก จากกรณีการเข้าไปแทรกแซงและชิงตัวผู้นำทางการเมืองของ เวเนซุเอลา ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่คือสัญญาณเชิงโครงสร้างของ ระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
Amazon ลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในด้าน AI สำหรับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ
Amazon มีความประสงค์จะลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การลงทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

