ทบ. แจงกรณี CMAA กัมพูชาบิดเบือนข้อมูลระเบิดตกค้าง ยืนยันไทยปฏิบัติตามหลักสากล ชี้กัมพูชาหยุดสร้างข่าวเรียกร้องความสนใจสังคมโลก
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความระมัดระวังต่อระเบิดลูกปราย และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานที่กองทัพไทยใช้ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า ในปี 2568 กองทัพไทยละเมิดอธิปไตยกัมพูชา และใช้ระเบิดลูกปราย กระสุน และวัตถุระเบิดอื่น ๆ ทำให้ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ระเบิดดังกล่าวยังคงกระจายอยู่ตามแนวชายแดนในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ พร้อมอ้างว่าในห้วงที่ผ่านมา พลเรือนและเด็กกัมพูชาเสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการจากวัตถุระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะระเบิดลูกปราย
ต่อประเด็นที่กองทัพบกถูกพาดพิงดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจง ดังนี้
ในการปฏิบัติการเพื่อปกป้องอธิปไตยที่ผ่านมา ไทยมีการใช้ยุทโธปกรณ์เท่าที่จำเป็นตามหลักยุทธวิธี โดยเฉพาะลูกระเบิดทวิประสงค์ ที่จะระเบิดทันทีที่ถูกเป้าหมายโดยไม่ตกค้าง มีการใช้ในจำนวนที่น้อยมากและจำกัดวงเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ ไม่ใช่การโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานตามที่ถูกกล่าวอ้าง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมากจนเป็นอันตรายในวงกว้าง
ขอให้สังคมตระหนักว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มต้นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทยก่อน กองทัพไทยเพียงปฏิบัติหน้าที่ตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ซึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้น ฝ่ายไทยเองก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยตามแนวชายแดน
หากจะกล่าวถึงวัตถุระเบิดที่ไม่ทำงาน (UXO) ในพื้นที่ชายแดน สิ่งที่ตรวจพบเป็นจำนวนมากกลับเป็น จรวดและลูกระเบิดยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งตกค้างอยู่ในฝั่งไทยเสียด้วยซ้ำ การที่ CMAA พยายามมุ่งประเด็นมาที่ระเบิดตกค้างของไทยเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมีนัยแอบแฝง
กองทัพบกขอเรียกร้องให้หน่วยงานของกัมพูชาหยุดใช้เทคนิคการสร้างข่าวที่อ้างความเดือดร้อนของพลเรือนมาเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องความสงสารจากประชาคมโลก ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ "ทำลายบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ควรจะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังการหยุดยิงและส่งเสริมความสงบสุขตามแนวชายแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตเสธ.ทร.' เชื่อไทยรบเขมรรอบสาม มีโอกาสเกิด หลังกัมพูชาเร่งสะสมอาวุธได้รถถังจีน
อดีตเสนาธิการทหารเรือ ชี้ไทยรบเขมร รอบสามมีโอกาสเกิด หลังกัมพูชาเร่งสะสมอาวุธได้รถถังจีน เปิดไทม์ไลน์ประนอมภาคบังคับ ติมอร์เลสเตกับออสเตรเลียสองปีจบ เทียบกรณีไทย เข้ากระบวนการ UNCLOS
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
ทร.เปิด 50 สินค้าควบคุมห้ามส่งกัมพูชา แจงภาพเรือขนส่งเป็นเหตุเก่า
โฆษกกองทัพเรือยืนยันเดินหน้าเข้มมาตรการสกัดกั้นสินค้าควบคุมไปกัมพูชาตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเปิดรายการสินค้าต้องห้ามกว่า 50 รายการ ครอบคลุมเชื้อเพลิง อุปกรณ์สื่อสาร โดรน และสารเคมี ชี้ภาพเรือ
ไม่ต้องตกใจ! บิ๊กดุลย์แจง 'จีน' ส่งรถถังให้เขมรเป็นดีลเก่าใช้ซ้อมรบ
'บิ๊กดุลย์' แจงปม 'จีน' ส่ง รถถัง T59D ให้ 'กัมพูชา' เป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน 'ฮุนเซน' จะใช้กำลังก็ต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา
ไม่เสียเหลี่ยมแน่! 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทันเขมรลากเข้า UNCLOS
'นักรัฐศาสตร์' ชี้อย่าตกใจเกมกัมพูชาเดินหน้า UNCLOS มั่นใจ 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทัน ไม่เสียเหลี่ยม พร้อมเตรียมรับมือครบทุกมิติ
ทภ.2 เปิดเส้นทาง 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ชวนเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ชายแดนสุรินทร์
กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ ทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องราวสำคัญของพื้นที่ชายแดน

