ผู้ถือหุ้น BANPU เชื่อมั่นอนุมัติแผนควบบริษัทกับ BPP เสริมแกร่งโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสร้างการเติบโตในอนาคต
3 ก.พ. 2569 - นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผู้ถือหุ้นมีมติ อนุมัติ วาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 โดยการควบบริษัทได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงจำนวน 4,106,266,704 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 99.90 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อแผนการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบ้านปู ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics เฟสที่ 2
สำหรับการได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อแผนการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดสรรเงินทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสจากแนวโน้มด้านพลังงานและการเติบโตของการใช้งาน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บ้านปูเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Energy Symphonics จะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายในปี 2573 ทั้งด้านความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินของบริษัทฯ ควบคู่กับด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ การปรับพอร์ตของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างกระแสเงินสดควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจพลังงานที่หลากหลายของเรา เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสังคมในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและมีมติอนุมัติวาระที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับขั้นตอนทางกฎหมายของการควบบริษัท ได้แก่ (1) การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 5 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 10,018,902,725 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 10,018,902,730 บาท ผ่านการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท พร้อมการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ให้สอดคล้องกับทุนจดทะเบียนใหม่ และ (2) การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวนไม่เกิน 5 หุ้น เพื่อรองรับการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้การควบบริษัทของบริษัทฯ และ BPP จะส่งผลให้ทั้งสองบริษัทสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลและเกิดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ขึ้นจากการควบบริษัท (NewCo) โดยบริษัทใหม่จะได้รับไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของทั้งสองบริษัท โดยผลของกฎหมาย
ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุม EGM ในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และจะมีการหยุดพักการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ และ BPP เป็นการชั่วคราวในระยะเวลาประมาณ 10 วัน เพื่อเตรียมการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัท (Joint Shareholders’ Meeting) ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สำหรับพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบบริษัท ซึ่งจะดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และจะดำเนินการนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 โดยผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จะได้รับการจัดสรรหุ้นในบริษัทใหม่ตามอัตราส่วนการแลกหุ้นสุดท้าย (Final Swap Ratio) ที่ 1 หุ้นของบริษัทฯ ต่อ 0.38242 หุ้นในบริษัทใหม่ โดยไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค่าไฟ-น้ำมันไทย 'แพงยาวหลายปี' นักวิชาการชี้ช่วงเจรจาสงครามคือจังหวะตุนพลังงาน
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชงรัฐบาล ประสานผู้ค้าพลังงาน เร่งขนส่งน้ำมัน-LNG ที่ทำสัญญาไว้ เพื่อมาเตรียมไว้ให้พร้อม เหตุ “สหรัฐ-อิหร่าน” เจรจายุติสงครามถาวร 60 วัน ยังมีความไม่แน่นอน ชี้ วิกฤตครั้งนี้ไทยเจ็บหนัก ราคาน้ำมัน-ไฟฟ้าแพงยาว แนะ เร่งใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะไทยเปราะบางด้านพลังงานจริง
ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นภาคอุตฯดิ่ง หวังไทยช่วยไทยพลัสกระตุ้น GDP
ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%
'เอกนัฏ' ปิ๊งไอเดียดึงรายได้กฟผ.ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก
'เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้ กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ชง ครม. เคาะ ยันไม่กระทบแผนลงทุน พร้อมจ่อเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 หวังเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม

