'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ
5 ก.พ.2569-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าเพื่อยกระดับความปลอดภัยและการกำกับดูแลรถแท็กซี่สาธารณะ ขณะนี้ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบ QR Code เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Thai ID เพื่อระบุตัวตนผู้ขับขี่รถแท็กซี่และติดตามสถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร ลดความเสี่ยงด้านอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์ระบบแท็กซี่ไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตั้งเป้าขยายการติดตั้งให้ครอบคลุมรถแท็กซี่ที่มีอยู่กว่า 70,000 คัน ภายในเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับการติดตั้งสติกเกอร์ QR Code ในรถแท็กซี่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบ Thai ID ทำให้สามารถตรวจสอบตัวตนผู้ขับขี่ ข้อมูลรถ ประวัติการให้บริการ รวมถึงสถานะการเดินทางได้ทันที ผู้โดยสารสามารถสแกน QR Code ก่อนขึ้นใช้บริการ ระบบจะแสดงชื่อ-นามสกุลผู้ขับขี่ เลขทะเบียนรถ และข้อมูลการขึ้นทะเบียนหรือการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยป้องกันการแอบอ้างหรือสวมรอยผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสรพงศ์ กล่าวว่ากรมฯ ได้กำหนดให้ติดตั้งสติกเกอร์ QR Code รวม 3 จุด 3 สี เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ได้แก่ สีม่วง ติดตั้งบริเวณด้านหน้าคนขับ ใช้สำหรับยืนยันตัวตนผู้ขับแท็กซี่มิเตอร์และการเริ่มต้นปฏิบัติงาน สีน้ำเงิน ติดตั้งบริเวณกระจกด้านข้างซ้ายฝั่งผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อให้ผู้โดยสารใช้ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ ขณะเดียวกันสามารถประเมินความพึงพอใจ ให้คะแนนเรตติ้ง ชื่นชมการให้บริการ หรือสามารถแจ้งร้องเรียนต่อกรมการขนส่งทางบกโดยตรง รวมถึงใช้ประเมินค่าโดยสารเบื้องต้น และสีแดง ติดตั้งบริเวณกระจกด้านนอกประตูหลังซ้าย สำหรับการร้องเรียนเร่งด่วน เช่น การปฏิเสธผู้โดยสาร หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่น ๆ
“เมื่อผู้โดยสารสแกน QR Code ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ขับขี่และคะแนนประเมินย้อนหลังของแท็กซี่คันนั้นทันที พร้อมฟังก์ชันการแชร์ข้อมูลการเดินทางไปยังบุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัวหรือเพื่อน ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ระบบยังทำหน้าที่เสมือน GPS โดยจะเริ่มบันทึกตำแหน่งและเส้นทางทันทีที่ผู้ขับขี่ยืนยันตัวตน ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์เดินรถได้แบบเรียลไทม์ ระบบดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐ ทำให้การรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันผู้โดยสารสามารถร้องเรียนผ่านระบบ Thai ID หรือสายด่วน 1584 ได้โดยตรง ในกรณีรถแท็กซี่ที่ยังไม่ได้ติดตั้งระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กัน”นายสรพงศ กล่าว
นายสรพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯได้เข้มงวดกวดขันและปราบปรามแท็กซี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีรถแท็กซี่ที่หมดอายุหรือถูกถอดถอนทะเบียนแต่แอบนำสัญลักษณ์หรือโป๊ะไฟแท็กซี่กลับมาติดตั้งใหม่เพื่อหลอกลวงผู้โดยสาร แท็กซี่นอกระบบหรือผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ รวมถึงรถแท็กซี่ที่ไม่ลงทะเบียนในแพลตฟอร์มตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เฉลี่ยวันละ 10–20 ราย โดยกรมฯได้ดำเนินการตามความผิดนั้นๆทันที
ทั้งนี้กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการผู้เฉพาะผู้หญิงสามารถสังเกตสติ๊กเกอร์ ยืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนใช้บริการ และควรบันทึกหน้าจอข้อมูลผู้ขับขี่ส่งต่อให้ญาติทันทีเพื่อความปลอดภัย เพิ่มความระมัดระวัง ด้วยการแคปหน้าจอข้อมูลผู้ขับขี่ทันทีหลังสแกน QR Code ส่งต่อข้อมูลการเดินทางให้บุคคลใกล้ชิด ตรวจสอบการติดตั้งสติกเกอร์ยืนยันตัวตนภายในรถ และแจ้งปลายทางให้ทราบรายละเอียดในช่วงเวลาการเดินทาง
อย่างไรก็ตามหากแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รถยนต์ พ.ศ. 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยจะมีการบันทึกประวัติ จากนั้นจะนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หากกระทำผิดซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือหากเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สามารถนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที ซึ่งเป็นความพยายามของกรมการขนส่งทางบก ที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการ สำหรับแท็กซี่ที่ได้รับการประเมินเรตติ้งที่ดี กรมเองก็จะมีรางวัล เมื่อครบหนึ่งรอบภาษี ผมหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบ.แจ้งขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปฯจบในที่เดียว
รบ.แจ้ง ขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปฯ ครบจบในที่เดียว ถึง 31 มี.ค. ไม่เว้นวันหยุด
ปิดล้อมทั่วไทย ทลาย 1,756 เครือข่าย ยึดยาบ้า 129 ล้านเม็ด
สตช. แถลงผลปฏิบัติการเดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 ราย ยึดของกลางจำนวนมหาศาล อายัดทรัพย์กว่า 731 ล้านบาท พร้อมยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกสกัดวงจรค้ายา ลดเหตุรุนแรงในชุมชนทั่วประเทศ
ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5
รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน
ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน
จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่
ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ

