รบ.แจ้งขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปฯจบในที่เดียว

รบ.แจ้ง  ขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปฯ ครบจบในที่เดียว ถึง 31 มี.ค. ไม่เว้นวันหยุด

1 มี.ค. 2569 — นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก เตรียมเปิดศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เร่งดำเนินการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่ประกาศของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ศูนย์ดังกล่าวจะให้บริการครบวงจรในจุดเดียว ตั้งแต่การลงทะเบียนหรือขอความเห็นชอบ ตรวจสภาพรถ ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนรถ รับชำระค่าธรรมเนียมและภาษี (ถ้ามี) โดยบริการที่อาคารตรวจสภาพรถ (อาคาร 4) สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (จตุจักร) ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 – 18.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้แจ้งผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันให้นำรถเข้าดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้อง หากมีการรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อนำรถมาดำเนินการพร้อมกันจำนวนมาก สามารถแจ้งนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็วในการรับบริการ พร้อมกันนี้ ได้ซักซ้อมแนวทางกับสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และรถยนต์รับจ้าง (รย.18) เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การเปิดศูนย์ One Stop Service ครั้งนี้ เป็นการเร่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความมั่นใจทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้โดยสาร ก่อนที่ประกาศ Ride Sharing จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาลย้ำชัดว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ไม่ใช่การปิดอาชีพ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานบริการ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นธรรมในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่ม 1 พ.ย. 'No ID, No Ads' โฆษณาออนไลน์ต้องยืนยันตัวตน

รัฐบาลย้ำมาตรการ 'No ID, No Ads' ครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทุกแพลตฟอร์มที่เข้าเกณฑ์ ชูมาตรฐานเดียวกันแต่ยืดหยุ่นวิธีพิสูจน์ตัวตน พร้อมติดตามผลลดหลอกลวงประชาชน

เตรียมใช้ 'เครดิตภาษี' แบบใหม่ ดึงดูดการลงทุน สอดรับ OECD

รัฐบาลเตรียมใช้เครดิตภาษีรูปแบบใหม่ดึงดูดการลงทุน เปิดทางนำเครดิตไปชำระภาษีและขอคืนส่วนที่เหลือเป็นเงินสดตามเงื่อนไข เชิญภาคธุรกิจร่วมเสนอความเห็นถึง 5 พ.ย.