'เอกนิติ' ฟุ้งหารือ TikTok ยันปักหมุดไทย2.7แสนล.

‘เอกนิติ’ ฟุ้งหารือ ‘TikTok’ ยันเดินหน้าปักหมุดแผนลงทุนไทย 2.7 แสนล้านบาท รับการเติบโตอุตสาหกรรม New S-Curve ดิจิทัลและ AI ชูใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีให้เข้าถึงตลาดและสร้างรายได้มากขึ้น พร้อมดันไทยเป็นฐานกิจกรรมระดับภูมิภาค

5 ก.พ. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการนำทีมไทยแลนด์ เดินทางเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ว่า ได้ร่วมหารือกับนางชนิดา คล้ายพันธ์ Head of Public Policy บริษัท TikTok เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการต่อยอดบทบาทแพลตฟอร์มในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและผู้ประกอบการไทย โดยบริษัทยืนยันแผนลงทุนระยะยาวรวมกว่า 270,000 ล้านบาท พร้อมทั้งได้หารือแนวทางใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีให้เข้าถึงตลาดและสร้างรายได้มากขึ้น รวมถึงเสนอให้ไทยเป็นฐานกิจกรรมระดับภูมิภาค อาทิ ด้านการพัฒนาคอนเทนต์

“การหารือนี้ ผมและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค เสริมสร้างความรู้ทางการเงิน และการป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ โดย TikTok ระบุว่า มีความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และพร้อมขยายกิจกรรมร่วมกับภาคีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงก่อนการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อไป พร้อมกันนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งภาครัฐอยู่ระหว่างเร่งยกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ

โดยที่ผ่านมา TikTok ได้ยกระดับทักษะดิจิทัลให้คนไทยและขับเคลื่อนสังคมไทยในหลากหลายมิติ ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 6 แห่ง เพื่อนำร่องหลักสูตร Digital Citizenship and Digital Media Literacy ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมแล้วกว่า 2,500 คน ควบคู่กับการอบรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 10,000 ราย และผู้ประกอบการ OTOP กว่า 2,000 ราย พร้อมขับเคลื่อนโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซึ่งมียอดรับชมสะสมมากกว่า 17,000 ล้านครั้ง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยออนไลน์และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันในวงกว้าง

นอกจากนี้ TikTok ได้สนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ลดขยะกว่า 382,000 กิโลกรัม ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 1.6 ล้านกิโลกรัม และแจกจ่ายอาหารมากกว่า 1.1 ล้านมื้อ สะท้อนบทบาทแพลตฟอร์มดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

“การที่ TikTok ยืนยันแผนเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยภาครัฐพร้อมเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะดิจิทัลของแรงงาน และส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม New S-Curve ด้าน Digital และ AI ควบคู่กับการผลักดันเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงโอกาสทางการค้าในตลาดโลก พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในระยะยาว ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก” นายเอกนิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและโซเชียลคอมเมิร์ซระดับโลก พัฒนาโดยบริษัท ByteDance จากประเทศจีน ปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านราย รวมถึงในอาเซียนมากกว่า 368 ล้านราย และมีภาคธุรกิจใช้งานแพลตฟอร์มกว่า 15 ล้านราย โดย TikTok ได้จัดตั้งบริษัทในไทยชื่อ บจ. ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ เป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และในปี 2568 ยังได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Hosting เพื่อให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแก่บริษัท TikTok Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นหลัก มูลค่าเงินลงทุนรวม 126,793 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน