KUN โอด สต๊อกเหลือเพียบ มองเศรษฐกิจปี69ยังผันผวน ธุรกิจอสังหายังเผชิญความท้าทาย กางแผนธุรกิจ 5ปีไม่มีเปิดโครงการลดความเสี่ยงเร่งเคลียร์สต๊อก
นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา ความท้าทายอันดับ 1 ของธุรกิจอสังหาฯคือ ยอดการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Reject)จากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัทฯเองที่ผ่านมาแม้ว่าลูกค้าจะมีความต้องการซื้อมาก แต่ก็มียอด Reject ที่สูงถึง 48 % ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากอย่างที่ไม่เคยพบมากก่อน ซึ่งโครงการของบริษัทฯในทำเลบางบัวทอง มียอด Rejectที่สูง เพราะส่วนใหญ่เป็นบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท แต่ก็เป็นทำเลที่ขายดีที่สุด ขณะทำเลโซนรังสิตจะมียอด Reject น้อยที่สุด และทำเลโซนพระราม 2 จะโอนกรรมสิทธิ์ได้มากที่สุด
สำหรับในภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังมีความท้าทายใน 3 ปัจจัยหลัก คือ ความสามารถในการบริหารสภาพคล่อง,วินัยทางการเงิน และโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์การตลาดที่เปลี่ยนไป ด้วยการขยายไลน์ไปยังธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวมากขึ้น สำหรับบริษัทได้ว่าแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปี นับจากปี 2569 นี้เป็นต้นไป จะไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่แต่อย่างใด เพราะต้องการลดความเสี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน อีกทั้งยังมีสต๊อกเดิมเหลืออยู่ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเปิดขายจำนวน 8 โครงการ รวมมูลค่า 14,000 ล้านบาท แต่มีมูลค่าเหลือขายประมาณ 11,000 ล้านบาท
ดังนั้นในช่วงระยะเวลา 5 ปีนี้ บริษัทฯจึงเน้นเพียงการเปิดเฟสต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ “นาวาร่า” (NAVARA)ใน 2 โซนหลัก คือ 1.โซนเหนือของกทม. คือรังสิต ที่จะมีการพัฒนาบ้านสั่งสร้าง เป็นครั้งแรก ระดับราคาตั้งแต่ 9 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าประมาณ 400-500 ล้านบาท จากเดิมในโซนดังกล่าว ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับราคา 4.7-20 ล้านบาท และ2.โซนใต้ของกทม. คือ ทำเลบางขุนเทียน-ชายทะเล ที่จะพัฒนาบ้านสำหรับปล่อยเช่าเป็นครั้งแรก โดยระยะแรกจะพัฒนาบ้านเดี่ยวพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ก่อนประมาณ 20 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 180 ล้านบาท ระดับราคา 9 ล้านบาทขึ้นไป โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน รวมไปถึงโรงพยาบาลของสถาบันมะเร็ง ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2571 และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอาจารย์ชาวต่างชาติ ที่สอนมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการ โดยสามารถปล่อยเช่าได้ในราคา 30,000-40,000 บาท/เดือน และผู้ซื้อเพื่อลงทุนสามารถรับผลตอบแทนจากการลงทุนได้ประมาณเกือบ 6% ต่อปี
“ตั้งเป้าว่าภายในปี 2571-2575 จะมีธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-7 ธุรกิจ และในปี 2575 จะทำให้บริษัทฯมีรายได้ระยะยาว จากธุรกิจ Recurring Income ในสัดส่วน 40% อีกทั้งบริษัทฯตั้งเป้าที่จะลดยอด Reject ให้น้อยลงกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา เนื่องจากจะมีพันธมิตรมาร่วมดีลในการสร้างวินัยทางการเงินให้ลูกค้า ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อย่างไรก็ตามในปี 2569 นี้ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 1,200 ล้านบาท และมียอดโอนที่ 600 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ผ่านมา”นางประวีรัตน์กล่าว
นางประวีรัตน์ กล่าวว่า ส่วนผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป เมื่อมีการก่อตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ก็อยากให้มองถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เพราะทุกประเทศทั่วโลก ก็จะผลักดันให้ประเทศของตนเองเดินไปข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยเองก็มีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเห็นการบริหารประเทศอย่างที่ผ่านมาก็เริ่มท้อแท้บ้างเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยผลักดัน ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องการความมั่นใจและกำลังใจจากภาครัฐ ด้วยการออกมาตรการต่างๆออกมาช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอยู่รอด และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีกำลังซื้อได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่วนลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ ก็อยากให้ขยายระยะเวลาในการครอบครองสิทธิ์ในที่ดินของชาวต่างชาติให้ยาวขึ้น คือประมาณ 60 ปี และต้องการให้ขยายมาตรการการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ที่จะหมดระยะเวลาในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการซื้อขายในตลาดอสังหาฯ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เสนา’กางแผนปี 69 ทุ่มหมื่นล้านผุด8โครงการใหม่
‘เสนา’เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW โฟกัสการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วย LivNex เช่าออมบ้าน เตรียมทุ่มหมื่นล้านผุด 8โครงการใหม่ พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้แตะ 14,000 ล้านบาท
พีดีเฮ้าส์ เผยตลาดรับสร้างบ้านปี68ทรุดตัว 21%มั่นใจปี69ฟื้น
พีดีเฮ้าส์ เผยตลาดรับสร้างบ้านปี 2568 ทรุดตัว 21% มั่นใจปี69ฟื้นตัวมูลค่าแตะ 1.8 หมื่นล้านโต 25% พร้อมกางกลยุทธ์รับมือยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ "Innovation & Trust" หลังอยักษ์ใหญ่อสังหาฯ รุกคืบสมรภูมิบ้านสั่งสร้าง ขณะที่เทคโนโลยี AI และเทรนด์ Green Home กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค
'สโคป' ปิดยอดขาย 2568 ทะลุเป้า 2,600 ล้าน
สโคป ปิดยอดขาย 2568 ทะลุเป้า 2,600 ล้าน พร้อมเดินหน้าเปิดศักราชใหม่ปี 2569 จัดแคมเปญ “สปีด ดีล” โปรแรงรับปีม้าเร็ว

