รฟท.เร่งทางคู่บ้านไผ่–นครพนม คืบ 82.6% ดันเปิดใช้ปี2570

รฟท.อัปเดตงานก่อสร้างรถไฟทางคู่ ‘บ้านไผ่–นครพนม’ เชื่อม6 จังหวัด คืบหน้า 82% หลังล่าช้าติดปมเวนคืนที่ดิน สั่งเร่งรัดงานคาดแล้วเสร็จตามแผนปี 2570 รองรับผู้โดยสารกว่า 3.8 ล้านคนต่อปี หนุนเชื่อมโยงการค้าชายแดนและประตูเศรษฐกิจภาคอีสาน

9 ก.พ. 2569 – รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–มหาสารคาม–ร้อยเอ็ด–มุกดาหาร–นครพนม ระยะทางรวม 354.783 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 66,848.33 ล้านบาท เชื่อมต่อ 6 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนมซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับชายแดน สปป.ลาว และเส้นทางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง โดยล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 โครงการมีความก้าวหน้าภาพรวมอยู่ที่ 82.597% และยังคงเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปี 2570

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายดังกล่าว แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 สัญญา เริ่มต้นจากสถานีบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ไปสิ้นสุดที่สถานีนครพนม โดยสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่–หนองพอก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและร้อยเอ็ด มีความก้าวหน้าตามแผนงานสะสมอยู่ที่84.768% งานหลักที่อยู่ระหว่างดำเนินการประกอบด้วยงานโครงสร้างทาง งานสะพาน และงานระบบทางรถไฟ ส่งผลให้สัญญานี้ยังประสบปัญหาความล่าช้าขณะที่สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก–สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 เชื่อมต่อพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนม มีผลการดำเนินงานดีกว่าแผนที่วางไว้ โดยแผนงานสะสมอยู่ที่ 80.520% และผลงานก่อสร้างสะสม9.714%

ทั้งนี้ ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ ทั้ง 2 สัญญาที่ผ่านมาพบว่ามีความล่าช้าจากการเวนคืนที่ดินบริเวณสถานีบนพื้นที่แปลงใหญ่ เนื่องจากเป็นเส้นทางรถไฟสายใหม่ที่ต้องเวนคืนที่ดินตลอดเส้นทาง จำนวนกว่า 8,760 แปลง โดยที่ผ่านมา บอร์ด รฟท. ได้มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาปฏิบัติงานตามสัญญาในการดำเนินโครงการฯ ออกไปอีก 383 วัน นับถัดจากวันสิ้นสุดสัญญา คือ วันที่ 30 มีนาคม 2570 ไปสิ้นสุดวันที่ 16 เมษายน 2571 จากสัญญาเดิมที่เริ่มงานก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มีนาคม 2570

อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2570 คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 3.8 ล้านคนต่อปี และรองรับการขนส่งสินค้าได้กว่า 700,000 ตันต่อปี ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางด้วยระบบรางที่มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น โดยโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–นครพนม ยังถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการยกระดับศักยภาพระบบรางของประเทศ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารและนครพนม ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดเชื่อมโยงการค้าชายแดนและประตูเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต

เพิ่มเพื่อน