
BCH เชื่อรัฐบาลภายใต้การนำของภูมิใจไทยแข็งแรง ปลุกความเชื่อมั่น เดินหน้าทุ่มงบผุดโรงพยาบาลครบ 20 แห่งในอีก 2-3 ปี เผยปี 2569 ปักธงผุด ‘สุวรรณภูมิ-ระยอง-พัทยา’ พร้อมอัปเกรดโรงพยาบาลเดิม รับดีมานด์ลูกค้าต่างชาติฟื้น ฉลอง 33 ปี ‘เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์’ ลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรี ปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก
12 ก.พ. 2569 – นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 1.6% แต่มองว่าภายหลังการเลือกตั้งและกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะรวมเสียงได้ถึง 300 เสียงนั้น มุมมองส่วนตัวเห็นว่าจะได้รัฐบาลที่แข็งแรงมากขึ้น ภาพของความมั่นคงชัดเจน ซึ่งจะใช้ความแข็งแรงดังกล่าวแก้ปัญหาด้านต่างๆ ได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา ที่ไม่มีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ มองว่าการขับเคลื่อนนโยบาย Medical Hub ควรทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมองว่าประเทศไทยต้องรักษาจุดแข็งด้านความปลอดภัยและมาตรฐานบริการ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นการกลับมาอย่างชัดเจน
สำหรับในปี 2568 มองว่าผลประกอบการโดยรวมของบริษัทจะดีกว่าปี 2567 แต่ไม่มาก กำไรสุทธิยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ช่วงเดือนแรกของปี 2569 ภาพรวมดีกว่าปีที่ผ่านมาชัดเจน จากการที่ต่างชาติเริ่มกลับมาใช้บริการ อาทิ การ์ตา รวมถึงซาอุดิอาระเบีย และคูเวตที่กลับมาเช่นเดียวกัน ขณะที่ CLMV เติบโตค่อนข้างดี
ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้ จะเดินหน้าขยายโรงพยาบาลให้ได้ถึง 20 แห่ง เบื้องต้นในปีนี้จะมีการเตรียมเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ เนื้อที่ 25 ไร่ ด้วยงบลงทุน 2,000 ล้านบาทรวมถึงโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง ขนาด 270 เตียง ตั้งอยู่ทำเลศักยภาพตรงข้ามศาลากลางจังหวัด งบลงทุน 1,800 ล้านบาท และ World Medical พัทยา มุ่งเน้นการเป็น Smart Hospital ที่นำเทคโนโลยี AI ขั้นสูงจากจีนและยุโรปมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
นอกจากนี้ ยังอัปเกรดโรงพยาบาลเก่าในเครือ ไม่ว่าจะเป็นเกษมราษฎร์บางแค รวมถึงการเพิ่มอาคารให้กับเกษมราษฎร์รามคำแหง ส่วนเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ จะมีการทุบตึกและสร้างตึก 14 ชั้นขึ้นมา และอัปเกรด “โรงพยาบาลการุญเวช อยุธยา” มาเป็น “โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อยุธยา” แบบเต็มระบบ รวมถึงสาขาเชียงแสนจะอัปเกรดเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 900 ล้านบาทต่อแห่ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ โดยเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 2,000 – 3,000 ล้านบาทต่อดีล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 20 แห่งภายในระยะเวลา 5 ปี

พญ.สมพร หาญพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH กล่าวว่า การเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาล ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อรองรับแนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
การลงทุนในเครื่อง MRI 3 Tesla ซึ่งใช้งบลงทุนมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์สำคัญของ BCH ในการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในเครือให้สามารถรองรับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน โดยเครื่องดังกล่าวมีความสามารถในการสร้างภาพวินิจฉัยที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะโรคทางสมอง ระบบประสาท หลอดเลือด และโรคกระดูกและข้อ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว
พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของโรงพยาบาลตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี เกิดจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่ม BCH ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) รวมกันเฉลี่ยสูงกว่า 2.6 ล้านรายต่อปี หรือเกือบ 7,000 รายต่อวัน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ และเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มโรงพยาบาลเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การตัดสินใจนำเครื่อง MRI 3 Tesla มาติดตั้งในจังหวัดนนทบุรี เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์บริการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ระดับภูมิภาค หรือ Regional Imaging Center โดยเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดนนทบุรีที่มีประชากรกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง มักต้องเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน
การติดตั้ง MRI 3 Tesla ที่นี่ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีวินิจฉัยระดับโลกได้ใกล้บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือ BCH รวมถึงโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของเครื่อง MRI 3 Tesla รุ่นใหม่นี้ ยังสามารถเพิ่มความเร็วในการตรวจวินิจฉัยได้ เร็วขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีมาตรฐาน ช่วยลดระยะเวลาการตรวจ เพิ่มความแม่นยำของผลวินิจฉัย และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม Healthcare Modernization ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและประสิทธิภาพการรักษา
พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ในเชิงธุรกิจ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลยุทธศาสตร์ของ BCH ในการรองรับการเติบโตของชุมชนเมืองและกำลังซื้อในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ และประชากรกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพระดับพรีเมียมและบริการตรวจคัดกรองโรคเชิงลึกมีแนวโน้มเติบโตสูง
นอกจากนี้ เทคโนโลยี MRI 3 Tesla ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และเสริมความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันของ BCH ในตลาดโรงพยาบาลเอกชน
ปัจจุบัน BCH ยังคงเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลในเครือให้ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ครบวงจร พร้อมขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ อาทิ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism)
“ในโอกาสครบรอบ 33 ปี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาพัฒนาการรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพที่แม่นยำ รวดเร็ว และเป็นที่พึ่งของประชาชนในระยะยาว” พญ.สมพร กล่าว

