'คมนาคม' อัปเดต 2 เหตุเครนถล่มสั่งลุยสอบเชิงลึกยึดกรอบสรุป 45 วัน

‘จิระพงศ์’ นั่งหัวโต๊ะ ติดตามความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุเครนถล่มที่ ‘สีคิ้ว-พระราม 2’ พร้อมกำชับดำเนินงานอย่างรอบคอบ โปร่งใส ไม่ล่าช้า ยึดกรอบเวลา 45 วัน ย้ำการสรุปผลต้องอยู่บนข้อเท็จจริง – หลักวิชาการ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างแท้จริง

18 ก.พ.2569-นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ตอน 7 พังถล่ม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองกรณี ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านวิศวกรรมเพื่อตรวจสอบเชิงลึก การลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น กำหนดกรอบการดำเนินงาน รวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานสถาบันการศึกษาเป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบและวิเคราะห์ทางวิศวกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทดสอบวัสดุและโครงสร้างเพิ่มเติม วิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิค สอบถามผู้เกี่ยวข้อง และจัดทำแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์

สำหรับกรณีเครนโครงการก่อสร้าง M82 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐาน รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เพื่อขอรับมอบและเคลื่อนย้ายวัตถุพยานไปทดสอบเพิ่มเติม ขณะนี้ได้กำหนดแผนการทดสอบวัสดุและโครงสร้าง ทั้งการตรวจสอบพินิจ การทดสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing: NDT) การจำลองพฤติกรรมโครงสร้างด้วยวิธีการทางวิศวกรรมขั้นสูง และวางแผนการทดสอบภายใต้สภาพการรับน้ำหนัก เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้มีการกำหนดมาตรการเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยให้ควบคุมมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด กำหนดให้หยุดงานทันทีเมื่อพบความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุ และทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยในการคัดเลือกและประเมินผู้รับจ้าง เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยของโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในระยะยาว

นอกจากนี้ ได้กำชับให้การดำเนินงานของทั้งสองกรณีเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และไม่ล่าช้า โดยยึดกรอบระยะเวลา 45 วันตามที่กำหนด พร้อมเน้นย้ำว่าการสรุปผลต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน