OR ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงแรมราคาประหยัดในปั๊ม

OR ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงแรมราคาประหยัดในปั๊ม ประเดิมใน 6 จังหวัดใหญ่ ร่วมกลุ่มเซ็นทรัล ทุ่มเงินลงทุนรวม 700 ล้านบาท คาดเห็นกลางปี 70 พร้อมตั้งเป้าขยายผู้ใช้บริการในปั๊ม OR ให้ถึง 5 ล้านคนต่อวัน ภายในปี 2573 ดัน EBITDA โต 5 พันล้านบาท

18 ก.พ. 2569 – หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า OR เตรียมดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) หรือบริษัทในเครือ โดย Modulus จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ CENTEL ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท โดย OR จะลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องประมาณ 346 ล้านบาท

ทั้งนี้ เบื้องต้นจะเริ่มก่อสร้างโรงแรม 6 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ภูเก็ต สงขลา(หาดใหญ่) ชลบุรี อยุธยา และกาญจนบุรี โดยมีจำนวนห้อง 70-80 ห้อง ต้นทุนการก่อสร้างประมาณ 1 ล้านบาทต่อห้อง และกำหนดราคาเข้าพักประมาณกว่า 800-1,000 บาทต่อคืน โดยคาดว่ากลางปี 2570 จะเห็นโครงการเป็นรูปธรรม และหลังจากนั้นทาง OR จะประเมินผลโรงแรมทั้ง 6 แห่งว่าจะเดินหน้าขยายเพิ่มต่อไปทั่วประเทศหรือไม่ต่อไป ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นของกลุ่มดีลเลอร์ปั๊มที่มีอยู่แล้ว และสนใจเข้าร่วมพัฒนาโครงการ

นอกจากนี้ OR ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน OR จาก 3.9 ล้านคนต่อวัน เป็น 5 ล้านคนต่อวัน ภายในปี พ.ศ. 2573  ซึ่งจะช่วยให้มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 5 พันล้านบาท สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี (2026-2030) จะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 5.8 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2026 จะลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในกลุ่ม Mobility หรือธุรกิจพลังงานเพื่อการเดินทาง โดยรวมทั้งพีทีทีสเตชั่น , อีวีสเตชั่น, โครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท กลุ่ม Lifestyle โดยมีธุรกิจ Cafe Amazon, OASYS , รวมถึงการควบรวมกิจการและการร่วมลงทุน จำนวน 4.3 พันล้านบาท กลุ่ม Global หรือการลงทุนในต่างประทศ จำนวน 1.4 พันล้านบาท และกลุ่ม Innovation & New Business จำนวน 2.7 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม OR จะการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ (OR Ecosystem) แบ่งเป็นในมิติ Mobility ซึ่ง OR มุ่งขยายบทบาทจากธุรกิจพลังงานไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ โดยใช้เครือข่ายสถานีบริการเป็นแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมโยงบริการต่างๆ ของ OR เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น PTT Station และ EV Station PluZ โดยมีกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ OR Ecosystem โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่ครอบคลุมแบรนด์หลักอย่าง Café Amazon ซึ่งมีเครือข่ายรวมกว่า 4,600 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ

รวมถึงการต่อยอดสู่กลุ่ม Health & Wellness เพื่อขยายบทบาทของสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นมากกว่าการให้บริการด้านพลังงาน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อบริการที่หลากหลาย เติมเต็มคุณภาพชีวิต และเสริมความแข็งแกร่งของ OR Ecosystem ให้สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความถี่ในการใช้บริการ และการใช้เวลาในพื้นที่ของผู้บริโภค และสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน OR Ecosystem คือการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดย OR ใช้แอปพลิเคชัน blueplus+ (บลูพลัส) เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Physical Platform และ Digital Ecosystem ของ OR เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการที่ตรงความต้องการ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

โดยปัจจุบัน blueplus+ มีสมาชิกกว่า 9.3 ล้านบัญชี และตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกสู่ 14 ล้านราย ในปี 2030 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และทำความเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน OR มีสถานีบริการน้ำมันทั้งสิ้น 2,768 แห่ง , มีสถานีEV 1,349 แห่ง ,มีร้านคาเฟ่อเมซอน  5,036 แห่ง และมีร้านจิฟฟี่รวมกับร้าน 7-11 รวม 2,468 แห่ง สำหรับธุรกิจในกัมพูชา ปัจจุบันยังประคองธุระให้เดินต่อไปได้ แต่ยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาว่าจะเดินต่อไปทางไหน  ซึ่งแนวทางต่อจากนี้จะต้องลดต้นทุนลงก่อน หากไม่ได้ผลอาจต้องหาวิธีออกจากการลงทุนในกัมพูชาแบบเจ็บตัวน้อยที่สุดต่อไป

เพิ่มเพื่อน