"ดร.ณัฏฐ์" ชี้เกมปั่นป่วนล้มเลือกตั้งให้โมฆะ "ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" ไม่มีเกมพลิก ไม่เป็นเหตุชะลอการจัดตั้งรัฐบาล
18 กุมภาพันธ์ 2569 - สืบเนื่องปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิ์เป็นความลับหรือไม่ พุ่งเป้าให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หลายคนไปพึ่งอำนาจศาล หลายคนไปพึ่งอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำให้เกิดข้อสงสัยกันว่า ผลการฟ้องคดีจะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้หรือไม่
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและกล่าวว่า ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง สส. กกต. อาจใช้เครื่องมือแจกใบส้มหรือสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือสั่งให้เลือกตั้งในบางหน่วยเลือกตั้งก็ได้
หาก กกต. แจกใบส้ม ใช้หลักเกณฑ์ “ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม” สั่งระงับสิทธิเป็นการชั่วคราวและสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้ทันที ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 224 (4) โดยผลการแจกใบส้ม เป็นมาตรการเด็ดขาดและคำสั่งเป็นที่สุด ไม่อาจอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 225 วรรคสอง กลไกรัฐธรรมนูญ บัญญัติวิธีการออกเสียงลงคะแนน ต้องกระทำโดยตรงและลับ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง เป็นหลักการพื้นฐานมาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ บนพื้นฐานทางการเมืองกำหนดในการออกเสียงเลือกตั้งต้องเป็นไปทางตรงและลับ
โดยรัฐธรรมนูญและ พรป.สส. ไม่ได้กำหนดว่า ให้ กกต. จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งอย่างไร เพียงกำหนดให้เป็นกระดาษ โดยเป็นอำนาจของ กกต. โดยใช้ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ให้อำนาจ กกต. อาจกำหนดรหัส เครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติม “เป็นกรณีพิเศษ” ในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง
คำว่า ลับ หมายถึง บุคคลอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ในขณะกาบัตรเลือกตั้ง เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 บาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้ง นำมาใช้ในหลักป้องกันการทุจริต ป้องกันบัตรปลอม ตามหลักความปลอดภัยของบัตรและความปลอดภัยของการเลือกตั้ง ไม่มีผลกระทบต่อความลับขณะประชาชนใช้สิทธิลงคะแนน ย้ำใน “ขณะลงคะแนน”
ภายหลังเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญบัญญัติ ให้ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคสี่ อธิบายได้ว่า เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กฎหมายกำหนดให้ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน และไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 เปอร์เซนต์ หรือจำนวน สส. ไม่น้อยกว่า 475 คน ทั้งนี้ ไม่ตัดอำนาจ กกต. ในการสืบสวนและไต่สวนต่อไป
พูดภาษาชาวบ้าน เขตไหนมีข้อร้องเรียน ระยะเวลา 60 วัน กกต. สืบสวนและไต่สวนไม่เสร็จเพราะระยะเวลากระชั้นชิด กกต. ต้องรับรองไปก่อน แล้วสอยภายหลัง มิฉะนั้น กกต. จะถูกดำเนินคดีอาญา มาตรา 157
กกต.แจกใบส้ม ได้ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง แต่การแจกใบเหลือง ใบแดง และใบดำ หลังประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้ว
กรณีคลิปว่อนโซเชียลว่า ศาลปกครองสั่งระงับการประกาศผลการเลือกตั้งในคดีหมายเลขดำที่ 304/2569 หมายถึง ศาลปกครองสั่งรับฟ้องแล้วและอัยการชี้ว่า กกต. กระทำผิดมาตรา 157 นั้น พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ เป็นการปั่นกระแสให้สังคมเข้าใจผิด
กรณี กกต. จัดให้มีการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (1) (2) เป็นการใช้อำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต. ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 197 วรรคสาม และไม่ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ตาม พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 4 (2)
กรณีมีผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและขอใช้วิธีการคุ้มครองก่อนพิพากษา ขั้นตอนรับคดีและออกหมายเลข หน่วยธุรการ ยังไม่ถือว่า ศาลปกครองรับคดีไว้พิจารณา จะต้องมีกระบวนการตรวจฟ้อง และอำนาจฟ้องก่อนที่สั่งรับหรือไม่รับ
เหตุที่เป็นเช่นนี้ คดีปกครอง เมื่อยื่นแล้ว หน่วยธุรการจะเสนอสำนวนให้อธิบดีศาลปกครองเพื่อจ่ายสำนวนให้ตุลาการเจ้าของสำนวนเพื่อตรวจฟ้องก่อนว่า ฟ้องสมบูรณ์หรือไม่ มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีอยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือไม่ หากผู้ฟ้องคดีขอวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ไม่อาจเยียวยาในภายหลังได้
คลิปที่ปล่อยกระแสออกมาทำให้สังคมเข้าใจผิด ทั้งอัยการ มิใช่ศาล จึงไม่สามารถชี้ว่าใครกระทำความผิดล่วงหน้าได้
ส่วนกรณีมีนักร้องไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นเพียงเทคนิคในการฟ้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะหากพ้นกำหนด 60 วันนับแต่ยื่นคำร้อง หาก ผู้ตรวจการแผ่นดินเพิกเฉย เป็นเหตุให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้
ข้อกล่าวอ้างว่า “ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ทำให้ผลเลือกตั้งเป็นโมฆะ มิใช่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231(1) พูดภาษาชาวบ้าน เป็นเทคนิคการร้อง โดยใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเครื่องมือเพื่อฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการจัดการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ มิใช่อำนาจศาลปกครอง
ในแง่มิติการเมือง การฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล สามารถกระทำได้ก่อน กกต.รับรอง ไม่มีกฎหมายห้าม ทั้งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ กกต. รับรองผลภายใน 60 วันและรับรองไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เกมปั่นป่วนฟ้องคดีปกครองหรือร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีเกมพลิก และไม่สะดุดในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ไม่เกินเดือนมิถุนายน 2569 จะได้เห็นโฉมหน้า ครม.ชุดใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด
ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'
สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ
ไม่ธรรมดา 'นิพิฏฐ์' จับตา กกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรธน.สกัดอำนาจของศาลฎีกา
'นิพิฏฐ์' ชี้ไม่ธรรมดากกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรัฐธรรมนูญ สกัดอำนาจของศาลฎีกา ไม่ให้มีอำนาจพิจารณาคำร้องของส.ว.สำรอง หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากกต.ใช้อำนาจไม่ชอบ อิสรภาพของกกต.บางคนก็ริบหรี่ลงทันที แต่หากวินิจฉัยว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจพิจารณา จะเป็นการปะทะกันระหว่างศาลรธน.และ ศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสผ่าปมร้อนศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจศาลฎีกาได้หรือไม่!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
สว.สำรอง เดือด! ซัด กกต. ไม่เห็นหัวประชาชน ลงมติยื่นศาล รธน. หักอำนาจศาลฎีกา
สว.สำรองบุก กกต. จี้คว่ำมติส่งศาล รธน. ชี้ขาดปมฮั้วเลือก สว. ฉะยื้อคดี 2 ปีหวังฟอกขาวพวกพ้อง-ริบอำนาจศาลฎีกา ซัดเดือดถ้าไม่เห็นหัว ปชช. ให้ไปตัดกางเกงขาสั้นใส่แทนสีกากี
ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.
ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภ

