'พิพัฒน์' ย้ำไม่แก้สัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน

‘พิพัฒน์’ เบรก รฟท.แก้สัญญา ‘รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’ ยันต้องเดินหน้าตามกรอบเดิม พร้อมเร่งสร้างเมืองใหม่15,000 ไร่ ปั้นดิสนีย์แลนด์ – สนามกีฬาใกล้อู่ตะเภา เป็นตัวแปรเพิ่มดีมานด์การเดินทาง ฟุ้งมีกลุ่มทุนไทยและต่างชาติพร้อมลงทุน

24 ก.พ.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งรวมไปถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน

“สัญญาต้องไม่แก้ เรามารับช่วงต่อในจังหวะที่มีการเรียบเรียงเรื่องแก้สัญญา แต่ในฐานะผมเป็นประธานบอร์ดอีอีซี จะไม่ยอมให้เรื่องการแก้ไขสัญญาผ่านความเห็นชอบ หากการรถไฟฯ เห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา ก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทางกฎหมายด้วยตนเอง ผมไม่ยุ่ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เอกชนเสนอมาเพื่อแก้ไขสัญญาอ้างผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามประมาณการเดิม แต่ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงไม่ควรใช้สถานการณ์โควิดเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา และตนมีแนวคิดถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ที่ต้นเหตุ โดยต้องหาวิธีเติมคนเข้ามาในพื้นที่อีอีซี เพื่อสร้างรายได้และความคุ้มค่าตามสมมติฐานเดิมของโครงการ

ทั้งนี้ จากการศึกษาจากแผนพัฒนาเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ของอีอีซีบนพื้นที่ 15,000 ไร่ มีจุดเด่น ที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจาก สถานีรถไฟ (ความเร็วสูง) เพียง 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพียง 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและขนส่งทั้งในและต่างประเทศ

นายพิพัฒน์  กล่าวว่า มีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงการสวนสนุกระดับโลกในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงได้โดยสะดวก และจะพัฒนาไปพร้อมกับโครงการศูนย์กีฬานานาชาติ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ทำได้แน่นอน เพราะปัจจุบันได้มีการหารือร่วมกับเอกชนแล้ว ยืนยันว่ามีนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนกลุ่มตะวันออกกลางสนใจร่วมทุนโครงการสวนสนุกระดับโลก

“สวนสนุกระดับโลกจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงผู้โดยสารให้เดินทางเข้ามาในอีอีซีสูงกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ในสัญญาร่วมทุนรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ดังนั้นแก้ประเด็นข้อกังวลของเอกชนเรื่องปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงจากผลกระทบโควิดไปได้”นายพิพัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เป้าหมายของการดึงแบรนด์สวนสนุกระดับโลก โดยเฉพาะดิสนีย์แลนด์เข้ามาในอีอีซีนั้น มีหลากหลายรูปแบบที่ดำเนินการได้ อาทิ การซื้อลิขสิทธิ์หรือจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนไทย แทนการรอให้เจ้าของแบรนด์เข้ามาลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งขณะนี้นักลงทุนไทยและต่างชาติก็พร้อมที่จะร่วมทุน ดังนั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ และสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณนักท่องเที่ยว จะสามารถผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 40 ล้านคนต่อปี โดยไม่ต้องแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า พรุ่งนี้ (25 ก.พ.) เวลาประมาณ 9.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นัดหารือร่วมกับ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เกี่ยวกับประเด็นการพิจารณาแก้สัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา รับทราบการแก้ไขสัญญาและอยู่ในกระบวนการหารืออัยการสูงสุดเพื่อร่างสัญญาฉบับแก้ไข

เพิ่มเพื่อน