อัยการเจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ 'ทนายตั้ม' เตรียมอุทธรณ์ทวงคืน 74 ล้าน

เปิดใจอัยการคดีพิเศษ เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ตั้ม เผยไม่ได้เอาผู้เสียหาย-ตำรวจเบิกความเพราะมีเอกสารรับรองคำให้การอยู่เเล้ว ยืนยันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้เข้าข้างใคร เตรียมคัดสำนวนเสนอ อธ.อัยการคดีพิเศษพิจารณาอุทธรณ์

24 กุมภาพันธ์ 2569 - นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เปิดเผยถึงการยึดทรัพย์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดมี 2 ส่วน ส่วนแรก คดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568 อัยการรับสำนวนมาเมื่อเดือน ก.พ.68 และได้ยื่นไต่สวนคำร้องเมื่อ 10 มี.ค.68 ทรัพย์สินเป็นเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพักอาศัย และที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาท

ส่วนที่สอง คดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568 ปปง.ส่งมาทีหลัง เมื่อ 30 ก.ค.68 เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 23 รายการ เช่น กระเป๋าแบนรด์เนม และโน้ตบุ๊ก ที่ตรวจยึดได้ภายในบ้าน มูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท เพื่อขอให้ริบทรัพย์คืนผู้เสียหาย รวมกว่า 74 ล้านบาท

ในส่วนที่ศาลยกคำร้องเเละมีคำสั่งให้คืนทรัพย์เพราะศาลมองว่ามันไม่เป็นความผิดมูลฐาน

ในส่วนที่คำพิพากษาระบุว่าอัยการนำพยานเข้าสืบเเค่ปากเดียวคือ ปปง. เพราะทางอัยการมองว่าพยานหลักฐานที่ยื่นต่อศาล ทุกอย่างมันมัดรวมหมดเเล้ว ในการดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงินมันต้องมีข้อกล่าวหา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็มองว่าเเม้มีผู้เสียหายคนเดียว เเต่มีการกระทำเกิดขึ้นบ่อยมันก็เป็นปกติธุระ ส่วนที่เอา ปปง.คนเดียว ไม่เอาผู้เสียหายหรือพนักงานสอบสวน มาเบิกความ เพราะทุกอย่างมันมีเอกสารรายงานการสอบสวนอยู่เเล้ว เอกสารคำเบิกความที่ยื่นศาล เอกสารมันรับรองคำเบิกความมาเเล้ว

"ที่เอา ปปง.ไปเบิกความเป็นขั้นตอนให้ศาลเห็น เเละไล่เส้นทางการเงิน ถือว่าเป็นพยานเบิกความถูกต้องเเล้ว ปปง.เขาไม่ใช่ประจักษ์พยานจักษ์พยานก็ถูก เเต่ไม่ใช่เรื่องที่ ปปง.เอามามโน เเต่เขามาเบิกเกี่ยวกับขั้นตอนหน้าที่"

ประเด็นจึงอยู่เพียงเเค่ว่าศาลมองว่าเป็นฟอกเงินหรือไม่ ต้องอย่าลืมคดีนี้ คดีเเพ่งนำหน้าไปก่อน อัยการเราไม่ได้ยื่นเร็ว กฎหมายบังคับว่าต้องยื่นภายใน 90 วัน หลังจากวันที่ยึดทรัพย์มา และมูลฐานความผิดคดีอาญาและคดีแพ่งเป็นคนละส่วนกัน อย่าลืมว่าคดีเเพ่งริบทรัพย์ศาลมีอำนาจไต่สวน อัยการนำพยานเข้ามา แต่ศาลก็จะถามเพิ่มได้

ส่วนประเด็นที่เอาพยานเเค่ปาก ปปง.เพราะพยานที่จะพิสูจน์เรามีเอกสารที่รับรองคำให้การครบเเล้ว จึงไม่ได้นำตัวมาเบิกเอง เเต่ศาลไปวินิจฉัยในเรื่องที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องของอาญายังไม่ได้ตัดสิน

ในส่วนคดีเเพ่งเเม้จะสั่งคืนทรัพย์ ในคดีอาญาที่อัยการสำนักงานคดีอาญายื่นฟ้องไปก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้อยู่ ในส่วนของคดีเเพ่งก็จะพิจารณาในเรื่องอุทธรณ์ต่อไป ยืนยันไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหน เพราะตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ว่ากันไปตามอำนาจหน้าที่

"ส่วนตัวมองว่า คดีนี้ควรจะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อ เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูคำพิพากษาฉบับเต็ม ส่วนอำนาจอุทธรณ์ในคดีเเพ่งจะเป็นอำนาจของอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่"นายสุเทพ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัยการธนกฤต ชี้กฎหมายห้ามเเจ้งข้อหาเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี คดีขับรถชนพระธุดงค์

ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายกฎหมายวิธีพิจารณาความและกฎหมายพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ได้ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเรื่อง เกร็ดความรู้กฎหมาย การดำเนินคดีกรณีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ทำความผิดอาญา ว่า ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ

ศาลไม่ถอนประกัน 'ทนายตั้ม' แต่ออกเงื่อนไขเพิ่ม ห้ามออกสื่อวิจารณ์พยานหลักฐาน

ศาลอาญาไม่ถอนประกัน “ทนายตั้ม” แต่ออกเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามออกสื่อวิจารณ์อันกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน อันกระทบกระบวนการพิจารณาคดี

ศาลให้ประกัน ‘ตั้ม ษิทรา’ วงเงิน 1 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลพิพากษาจำคุก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม 5 ปี 12 เดือน ญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็