บีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกันชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม พร้อมเปิดระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบ Real-time สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน
25 ก.พ. 2569 - นายสุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ ผู้อำนวยการสายงานวิศวกรรม บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่า หนึ่งในพันธกิจหลักของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ คือ การมุ่งเน้นในการพัฒนาพลังงานที่มั่นคง คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากสังคม ชุมชน และประชาชนในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ
โดยในทางปฏิบัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงไฟฟ้ากำหนดเกณฑ์การปล่อยมลสารที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานประเทศไทย ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 320 ppm ขณะที่ข้อกำหนด EIA คือ 262 ppm ค่าฝุ่นละออง (Particulate Matter) มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 120 mg/m3 (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร์) แต่ EIA กำหนดไว้เพียง 43 mg/m3 (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร์) และ ค่าออกไซด์ของไนโตรเจน มาตรฐานประเทศไทยอยู่ที่ 350 ppm ส่วนข้อกำหนด EIA อยู่ที่ 241 ppm จะเห็นได้ว่าค่า EIA มีความเข้มงวดต่ำกว่าค่ามาตรฐานประเทศไทยอย่างชัดเจน
ดังนั้น การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทางอากาศของโรงไฟฟ้าฯ จึงดำเนินการในเชิงรุกมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการดำเนินงานจนถึงวันนี้กว่า 15 ปี บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดูแล ควบคุม และบริหารจัดการปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างเข้มงวด ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเชื้อเพลิง โดยเลือกใช้ถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพสูง เพื่อลดการเกิดมลพิษในกระบวนการเผาไหม้ กระบวนการขนถ่ายถ่านหินจากท่าเรือไปยังลานกองถ่านหินมีระบบสเปรย์น้ำป้องกันการฟุ้งกระจายตลอดทาง ขณะที่การลำเลียงถ่านหินสู่เตาเผาใช้สายพานลำเลียงระบบปิด และในกระบวนการผลิต โรงไฟฟ้าฯได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการเกิดของเสียและมลพิษ
อาทิ การออกแบบห้องเผาไหม้และการไหลของอากาศในเตาเผา เพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ตั้งแต่ต้นทางด้วยระบบ Low NOx Burner ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้องลงทุนค่อนข้างสูงและพบในโรงไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตและการดูแลสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator (ESP)) ที่ดักจับฝุ่นละเอียดได้สูงถึง 99% ส่วนที่เหลือจะถูกดักจับอีกครั้งในระบบดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization (FGD)) ซึ่งทั้ง 3 เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นระบบมาตรฐานขั้นสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ส่วนการบริหารจัดการกับของเสียจากกระบวนการผลิต เช่น เถ้าถ่านหิน ได้รวบรวมและจำหน่ายเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผสมในปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ไม่เกิดเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต
นอกจากแนวทางปฏิบัติในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบ โรงไฟฟ้าฯได้ติดตั้งระบบตรวจวัดมลสารอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) ที่ปล่องระบายความสูง 200 เมตร เพื่อเฝ้าติดตามค่าการปล่อยมลสารตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ (Air Quality Monitoring Station: AQMS) จำนวน 4 แห่งรอบโรงไฟฟ้า เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
และเพื่อความโปร่งใสบริษัทฯ ยังได้ติดตั้งป้ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม แสดงค่ามลสาร หน้าโรงไฟฟ้า พร้อมรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศต่อสาธารณะเป็นประจำทุกเดือนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท และ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี - BLCP Power Limited อีกทั้งยังมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการ EIA ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนและภาครัฐทุก 2 เดือน เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเป็นไปตามมาตรฐานและข้อตกลงที่ได้ร่วมกำหนดไว้กับชุมชนและประชาชนอย่างเคร่งครัด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กทม.อ่วม! เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 33 เขต
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.
'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน
กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.
SMARTปรับกลยุทธ์ปี 69 ชูนวัตกรรม ESG รุกโมเดิร์นเทรด
SMART กางแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างตอบโจทย์ ESG เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-ควบคุมต้นทุน รักษาความสามารถการทำกำไร ลุยเจาะลูกค้ากลุ่ม Luxury, Renovate, โครงการภาครัฐ พร้อมรุกช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรด ตั้งเป้ารายได้ 450 ล้านบาท
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) เผยผลสำรวจพบคนไทยกว่า 88% อ่วม! เจอมลพิษรุนแรง PM2.5 นำโด่ง 42% โลกร้อน 22% มลพิษขยะและของเสีย 15% เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ – น้ำ - ขยะ” เป็นวาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai

