สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) เผยผลสำรวจพบคนไทยกว่า 88% อ่วม! เจอมลพิษรุนแรง PM2.5 นำโด่ง 42% โลกร้อน 22% มลพิษขยะและของเสีย 15% เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ – น้ำ - ขยะ” เป็นวาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” โดยก่อนการเปิดเวทีดีเบตฯ ได้มีการนำเสนอ “บทสรุปสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย ปี 2568” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI)

ดร.วิจารย์ ได้นำเสนอว่า ตลอดปี 2568 โลกและประเทศไทยเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญ 3 ด้านที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ได้แก่ 1.วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สะสมต่อเนื่องส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญทั้งอุทกภัยและภัยแล้งสลับรุนแรง 2.วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ จากการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กระทบระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารอย่างปลาหมอคางดำ และ 3.วิกฤตมลพิษ ทั้งปัญหา PM 2.5 หมอกควันในประเทศและข้ามพรมแดน และขยะจำนวนมหาศาล รวมถึงไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งล้วนสะท้อนว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง

ผอ.TEI กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ทำการสำรวจ “เสียงคนไทย 2568: วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้!” จำนวนมากกว่าหนึ่งพันคนทั่วประเทศ พบว่า กว่า 88% ของประชาชน ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลางถึงรุนแรง ทั้งต่อสุขภาพ รายได้ และทรัพย์สิน โดยปัญหาสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ได้แก่ มลพิษทางอากาศ (PM2.5) 42% การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) 22% และมลพิษขยะและของเสีย 15% ขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่อยากให้พรรคการเมืองเร่งผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรก ได้แก่ กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) การจัดการน้ำทั้งระบบ (แก้ผังเมือง/ป้องกันน้ำท่วม-แล้ง) การจัดการขยะครบวงจร (Zero Waste)

“ผลสำรวจสะท้อนชัดว่า คนไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทำให้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ประเด็นรองของการเมืองอีกต่อไป แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของอนาคตประเทศและความอยู่รอด” ที่รัฐต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของสังคม พร้อมกำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ผลสำรวจจะจัดทำเป็นข้อเสนอสู่รัฐบาลต่อไป” ดร.วิจารย์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ร่วมลุยแก้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เคาะ 6 ข้อสรุป ปรับนิยามกลุ่มเปราะบาง-เน้นคุมมลพิษยานพาหนะ

“กมธ.ร่วมพ.ร.บ.อากาศสะอาด” ถก ร่างกม. เห็นชอบ 6 ประเด็น ปรับนิยามกลุ่มเปราะบาง -ยกเลิกบังคับเกษตรกรติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษ -ป้องกันเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน -เน้นควบคุมมลพิษจากยานพาหนะแทนกำหนดอายุรถ ยัน เร่งรัดให้เสร็จทันสมัยประชุมนี้ หวังบังคับใช้ทันฤดูฝุ่น PM2.5 ย้ำไม่เร่งจนกฎหมายไร้ประสิทธิภาพ -ไม่ใช้ความรอบคอบเป็นข้ออ้างให้ล่าช้า

สภาเดือด! 'ภัทรพงษ์' จี้แก้สารพิษในแม่น้ำ-ขยะอุตสาหกรรม 'สุชาติ' สวนกลับรู้มาก รอให้มาเป็น รมต.

สภาเดือด! สส.เชียงใหม่ จี้ถามปัญหาสารพิษลามแม่น้ำโขง-ตะวันออก “สุชาติ” โต้กลับเดือด ยันส่ง จนท. ลุยฟ้องแพ่ง-ประสาน ปปง. เอาผิดโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว

'พาณิชย์'ลุยตรวจนอมินีโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี พบ 4 ราย มีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินีให้กับทุนเทา ส่งข้อมูลหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสืบสวน สอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ชาวบ้านร้องโรงงานในมาบตาพุด ต่อท่อปล่อยน้ำเสียลงคลอง หวั่นสารพิษปนเปื้อน

ชาวบ้านร้องสื่อมวลชน ตรวจสอบโรงงานปล่อยน้ำเสียลงคลองน้ำชา เขตเทศบาลนครมาบตาพุด หลังน้ำเปลี่ยนสี ส่งกลิ่นเหม็น ไร้สิ่งมีชีวิตเวียนว่าย เจ้าหน้าที่สวมรองเท้าบูทลุยน้ำสำรวจ ผงะพบท่อปูนยื่นออกมานอกรั้วโรงงาน ปล่อยน้ำเสียสีน้ำตาลเข้มไหลลงสู่คลองตลอดเวลา วอนหน่วยรัฐเข้าตรวจสอบ 

“รมว.สุชาติ” สั่ง คพ. ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพอากาศใกล้ชิด ส่งสถานีตรวจวัดเคลื่อนที่เฝ้าระวัง PM2.5 จากไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง เตือนประชาชนดูแลสุขภาพ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบคุณภาพอากาศจากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างใกล้ชิด