‘เอกนิติ’เรียกถกผู้บริหารคลัง! รับมือผลกระทบสงคราม

 ‘เอกนิติ’ เรียกถกผู้บริหารคลังเตรียมรับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์จ่อยืดเยื้อ จากเดิมที่คาดหากจบได้ใน 1 เดือน ดันราคาน้ำมันพุ่ง 10 ดอลลาร์ต่อบาเรล ทุบจีดีพีดิ่ง 0.2%

17 มี.ค. 69 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้บริหารกระทรวงการคลังมาหารือเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้สรุปฉากทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยประเมินว่าสถานการณ์น่าจะจบได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 10 ดอลลาร์ต่อบาเรล ซึ่งในส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย ประมาณ 0.2%

 แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้ คาดว่าคงมีความยืดเยื้อออกไปจากที่เคยคาดการณ์ และราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีการปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่หลายฝ่ายเห็นอยู่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งหารือเพื่อหาแนวทางในการรองรับมืออย่างใกล้ชิด

 “ก่อนหน้านี้สภาพัฒน์ได้ประเมินฉากทัศน์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะจบได้ภายใน 1 เดือน ถ้าจบได้ผลกระทบต่อราคาน้ำมันน่าจะอยู่ที่ราว 10 ดอลลาร์ต่อบาเรล ก็จะกระทบกับจีดีพีประมาณ 0.2% แต่วันนี้มันเกินไปกว่านั้นแล้ว ราคาน้ำมันขึ้นไปสูงมากจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างที่หลายฝ่ายเห็นอยู่ ก็ต้องมาเตรียมความพร้อมรับมือกันในทุกด้าน” นายเอกนิติ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พาณิชย์'สั่งคุมเข้ม59สินค้าควบคุมรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

กรมการค้าภายใน ตรึงราคา 59 สินค้าควบคุม พร้อม เกาะติดสินค้า 6 กลุ่ม ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าขนส่ง จับตาต้นทุนน้ำมันใกล้ชิด รับสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นักวิชาการธรรมศาสตร์ แนะ 5 วิธี ยกระดับการสื่อสารในวิกฤตน้ำมัน

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รัฐบาลสื่อสารในภาวะวิกฤตด้านพลังงานค่อนข้างดี การตั้ง ศบก. ดึงภาคเอกชนเข้าร่วมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมเสนออีก 5 กลเม็ดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ลดควา

เอาจริง! 'ทรัมป์' ประกาศ 'เชื่อว่าผมจะได้รับเกียรติในการยึดครองคิวบา'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะ "ยึด" คิวบา ขณะที่เกาะคอมมิวนิสต์แห่งนี้ตกอยู่ในความมืดมิดเนื่องจากไฟฟ้าดับทั่วทั้งเกาะ อันเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรน้ำมันอย่างรุนแรงที่วอชิงตันกำหนดขึ้น