
อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช ปรับแผนรองรับสถานการณ์โลก เดินหน้ายกระดับสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอมและผลิตภัณฑ์เครื่องหอมระดับสากล จ่อลงทุนขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์เติบโต
23 มี.ค. 2569 – นางอักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตน้ำหอม แต่ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแนวคิดแบรนด์ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเอง ตั้งแต่การคิดค้นสูตร การจัดซื้อวัตถุดิบในปริมาณมาก การควบคุมกระบวนการผลิต ตลอดจนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ ระยะเวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
ปัจจุบันองค์กรมีเครือข่ายธุรกิจรวม 5 บริษัท ที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ดูแลทุกขั้นตอนแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจากบริษัทศูนย์กลางด้านการพัฒนาน้ำหอม ซึ่งมีทีมนักปรุงกลิ่นจากสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และไทย ร่วมสร้างสรรค์กลิ่นเฉพาะตัว ต่อด้วยบริษัทผู้พัฒนาพลาสติกผสมกลิ่นหอมและผลิตชิ้นงานตามแบบในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทั้งฐานพัฒนากลิ่นและแหล่งจัดหาวัตถุดิบสำคัญจากทั่วโลก อีกหนึ่งบริษัทดูแลด้านบรรจุภัณฑ์ โดยนำเข้าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวจากอิตาลี เพื่อยกระดับความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งาน ขณะเดียวกันมีบริษัทด้านบริหารจัดการซัพพลายเชนและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ทุกกระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานสากล และบริษัทด้านโลจิสติกส์ที่ดูแลการนำเข้า–ส่งออกด้วยตนเองทั้งหมด เพื่อควบคุมระยะเวลาและติดตามสถานะสินค้าได้อย่างแม่นยำ
ขณะเดียวกันบริษัทส่งออกสินค้าไปแล้วมากกว่า 59 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้าหลักในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง โดยสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง ปีหนึ่งเติบโตสูงถึง 100% ปีถัดมาเติบโต 50% และในปี 2567 ยังคงขยายตัวอีก 30–40% แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินและต้นทุนการค้าโลก ความแข็งแกร่งดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งเข้ามาศึกษากลยุทธ์ของบริษัท เพื่อนำไปเป็นกรณีศึกษาสำหรับภาคธุรกิจส่งออกไทย
นางอักษรศิลป์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเติบโตคือการเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพหรือบริษัทข้ามชาติ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์อัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์อย่างแท้จริง แนวคิดดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกผลิตภัณฑ์จะได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
ทั้งนี้ เส้นทางการเติบโตขององค์กรสะท้อนแนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” อย่างชัดเจน ในช่วงโควิด-19 ที่บริษัทนำบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวจากอิตาลีมาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขอนามัย ขณะเดียวกันในประเด็นมาตรการภาษี บริษัทเลือกทำงานร่วมกับลูกค้า วางแผนล่วงหน้า บริหารจัดการขนส่งและควบคุมต้นทุนอย่างรอบคอบ เมื่อสามารถลดต้นทุนได้ก็ส่งต่อประโยชน์ให้ลูกค้า โดยยึดหลักการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทไม่ได้จำกัดเฉพาะน้ำหอมรูปแบบของเหลว แต่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นหอมอย่างครบวงจร โดยรายได้กว่า 90% มาจากการรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่าง ๆ โดยกลุ่มสินค้าหลักประกอบด้วย หัวน้ำหอมสำหรับเครื่องสำอางและน้ำหอมระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศสำหรับบ้าน อาคาร โรงแรม สนามบิน หัวน้ำหอมในกลุ่มของน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และสินค้าสำเร็จรูป เช่น ธูปหอมคุณภาพสูงที่ไม่ผสมสิ่งเจือปน เทียนหอม ตลอดจนสินค้าในกลุ่มความงามและดูแลผิว โดยไม่ครอบคลุมกลุ่มอาหารและยา
นางอักษรศิลป์ กล่าวอีกว่า บริษัทมองเห็นแนวโน้มสำคัญของตลาดโลก ทั้งกระแสที่ลูกค้ายุโรปให้ความสนใจสินค้า “Made in Thailand” เพิ่มขึ้น ความนิยมสินค้าแนวธรรมชาติ เช่น เทียนจากขี้ผึ้งแทนพาราฟิน และส่วนผสมจากสมุนไพรเอเชีย ตลอดจนการนำกลิ่นระดับพรีเมียมไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น แชมพู โลชั่น และผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์
สำหรับแผนในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตเป็นสองเท่า เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากยุโรปและอเมริกา พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในตลาดตะวันตก ซึ่งล้ำหน้าเอเชียหลายปี เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการปรับปรุงพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพื่อรองรับสายการผลิตใหม่
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้เวที งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดอาเซียน โดยสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค เปิดโอกาสเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมกลิ่นและระบบการผลิตครบวงจร สะท้อนทิศทางการรุกตลาดเอเชียอย่างจริงจังในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถพบกับบริษัทได้ที่งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cosmoprofcbeasean.com และ Facebook: Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BOIฉายภาพการลงทุนไทยปี69 จากจุดเปลี่ยนโลกสู่โอกาสตั้งหลักเศรษฐกิจใหม่
ต้องยอมรับว่า ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีของการ “เร่งเครื่อง” แต่คือจังหวะของการ “ตั้งหลักใหม่” ของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งการเมืองในประเทศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
'อดีตรมว.การคลัง' แนะนโยบาย 'เตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ' ที่ 'รัฐบาลใหม่' ควรต้องทำ
สมหมาย ภาษี ขอให้รัฐบาลใหม่และเสนาบดีใหม่พิจารณานโนบายเตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ บอกแม้ไม่เกิดสงครามก็ควรทำเพื่อให้หายป่วย

