
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ร่วมกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการ ‘Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Environment and Climate Change Canada ของรัฐบาลแคนาดา ในช่วง 2 ปีที่โครงการดำเนินงาน โครงการมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของไทย พร้อมทั้งได้ส่งเสริมความร่วมมือแบบ South–South เสริมสร้างทั้งความก้าวหน้าในประเทศและความร่วมมือระดับภูมิภาค
23 มี.ค. 2569 – งานแสดงผลลัพธ์โครงการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสะท้อนผลสำเร็จ บทเรียนที่ได้รับจากการดำเนินโครงการฯ และแนวทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง ในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูงของประเทศไทย ทั้งนี้ คอนกรีตเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของงานก่อสร้างสมัยใหม่ และเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก โดยมีการใช้ในปริมาณที่สูงรองลงมาจากน้ำ ภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 39% ของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมนี้จึงมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปีพ.ศ. 2593
นางสาวปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งจากโครงการฯ คือ ความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศแคนาดาและประเทศไทย ไม่เพียงแต่ในระดับนโยบายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวิจัย การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้วย ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้น แคนาดาชื่นชมความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามความตกลงปารีส และความพยายามร่วมกันในการแก้ปัญหาที่เกิดจากภาวะโลกร้อน ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2569 ดิฉันหวังว่าจะได้กระชับความร่วมมือของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกันโครงการฯ ได้ช่วยยกระดับความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านการออกแบบมาเฉพาะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดคาร์บอน และเร่งการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของตลาด
นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสะท้อนผลสำเร็จของโครงการที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำผลการศึกษาและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไปพัฒนา ต่อยอด และขยายผลการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้กล่าวในช่วงปาฐกถาพิเศษว่า ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ตามยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องยกระดับมาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจก และนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ นี้ตอบโจทย์ในการช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีต ในการทดสอบและประเมินความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง
เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ UNIDO ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้รับฟังผลลัพธ์ของโครงการ โดยเฉพาะกิจกรรมโครงการฯ ด้านการพัฒนากลไกสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันการลดคาร์บอนในระยะยาว อาทิ แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นตลาดวัสดุคาร์บอนต่ำ รวมถึงการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Nationally Determined Contribution (NDC) ของประเทศไทย และ Roadmap การลดคาร์บอนของสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกิจกรรมด้านการสาธิตเทคโนโลยี 8 โครงการย่อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น การใช้ขยะชุมชนและกากตะกอนเป็นเชื้อเพลิงทดแทนเพื่อการเผาร่วมในเตาปูน (co-processing) และหน่วยดักจับคาร์บอนแบบเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit) สำหรับทดสอบใช้ในการดักจับคาร์บอนจากก๊าซที่ปล่อยจากปล่องระบาย ซึ่งสามารถนำไปใช้งานในโรงงานปูนซีเมนต์ทั่วประเทศ โดยในช่วงท้ายของงาน โครงการฯ ได้แนะนำโครงการ Accelerate-to-Demonstrate (A2D) Facility ของ UNIDO ซึ่งเป็นหนึ่งช่องทางในการขอรับเงินทุนสนับสนุนสำหรับการทดสอบใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม
นายชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า โครงการนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทย โดยสะท้อนให้เห็นว่า การลดคาร์บอนไม่เพียงเป็นความท้าทายเร่งด่วน แต่ยังเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ภายใต้ความพร้อมของแนวทางและเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ก้าวต่อไปคือ การเร่งผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมืออย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs อย่างทั่วถึง และการยกระดับความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างมีประสิทธิผล และสามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน
รชา อับดราบู เจ้าหน้าที่พัฒนาอุตสาหกรรมของ UNIDO กล่าวว่า “แม้โครงการนี้จะสิ้นสุดลง แต่ความรู้และ ความร่วมมือที่ได้รับ รวมถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น สามารถนำไปต่อยอดเป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยได้ในระยะยาว และเป็นรากฐานสำคัญของการขยายผลที่นำไปใช้ได้จริง รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BOIฉายภาพการลงทุนไทยปี69 จากจุดเปลี่ยนโลกสู่โอกาสตั้งหลักเศรษฐกิจใหม่
ต้องยอมรับว่า ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีของการ “เร่งเครื่อง” แต่คือจังหวะของการ “ตั้งหลักใหม่” ของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งการเมืองในประเทศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
'อดีตรมว.การคลัง' แนะนโยบาย 'เตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ' ที่ 'รัฐบาลใหม่' ควรต้องทำ
สมหมาย ภาษี ขอให้รัฐบาลใหม่และเสนาบดีใหม่พิจารณานโนบายเตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ บอกแม้ไม่เกิดสงครามก็ควรทำเพื่อให้หายป่วย

