สิทธิต้องรู้! 'นักวิชาการอิสระ' เจาะคำพิพากษาหยุดโลก 'มาตรา39' ไม่ใช่กับดักบำนาญ

23 มี.ค.2569-วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “มาตรา 39 ไม่ใช่กับดักบำนาญ”: เจาะลึกคำพิพากษาหยุดโลก!  ฎีกาที่ 3307/2567 เนื้อหาระบุว่า เคยสงสัยไหมครับ? อุตส่าห์ทำงานส่งประกันสังคมมาค่อนชีวิตด้วยเงินเดือนสูง (มาตรา 33) แต่พอลาออกแล้วอยากรักษาสิทธิรักษาพยาบาลต่อ เลยสมัครเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 39) กลับกลายเป็นว่า “บำนาญชราภาพ” ที่ควรจะได้เยอะๆ กลับลดฮวบลงจนน่าตกใจ!

วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคน เมื่อ ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ได้วางบรรทัดฐานใหม่ที่ให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุดในคำพิพากษาที่ 3307/2567 ซึ่งถือเป็น “แสงสว่าง” ของคนทำงานครับ

เกิดอะไรขึ้นในคดีนี้? (สรุปย่อ)

โจทก์ทำงาน (โรงแรม) ส่งเงินสมทบมาตรา 33 มานานกว่า 15 ปี (181 เดือน) จนอายุครบ 55 ปี และลาออกจากงานในปี 2556 ซึ่ง ณ ตอนนั้น “สิทธิบำนาญชราภาพ” ของเขาเกิดขึ้นแล้ว โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ประมาณ 13,222 บาท)

แต่ด้วยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงสมัครมาตรา 39 ต่ออีก 5 ปี (60 เดือน) เพื่อหวังจะได้บำนาญเพิ่มขึ้น ทว่าเมื่อถึงเวลาขอรับเงินจริง ประกันสังคมกลับใช้ฐานเงินเดือนของมาตรา 39 (ซึ่งมีเพดานแค่ 4,800 บาท) มาคำนวณเฉลี่ยใหม่ ทำให้เงินบำนาญหายไปกว่าครึ่ง!

3 หมัดเด็ดจากศาลฎีกา: คุ้มครองสิทธิแบบเบ็ดเสร็จ

1. สิทธิที่ “นิ่ง” แล้ว ใครก็ทำลายไม่ได้!

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ส่งเงินครบเกณฑ์ (180 เดือนขึ้นไป) และอายุครบ 55 ปี ในขณะที่เป็นมาตรา 33 สิทธิบำนาญชราภาพนั้น “เกิดขึ้นและนิ่ง” ทันที ตั้งแต่เดือนถัดจากที่ลาออก  การที่โจทก์ไปสมัครมาตรา 39 ต่อในภายหลัง ไม่ใช่การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ * ฐานเงินเดือนสูงจากมาตรา 33 ต้องถูก “ล็อก” ไว้เป็นฐานในการคำนวณตลอดไป

2. มาตรา 39 คือ “ส่วนเพิ่ม” ไม่ใช่ “ตัวถ่วง”

ศาลมองว่าการส่งเงินต่อในมาตรา 39 มีผลเพียงแค่ “เพิ่มอัตราร้อยละ” ของบำนาญเท่านั้น (เพิ่มปีละ 1.5%)  สูตรความยุติธรรม: (ร้อยละเดิมจากมาตรา 33 + ร้อยละที่สะสมเพิ่มจากมาตรา 39) คูณด้วย (ฐานเงินเดือนเดิมจากมาตรา 33)  วิธีนี้ทำให้บำนาญของโจทก์เพิ่มจาก 2,644 บาท เป็น 3,636 บาทต่อเดือน แทนที่จะลดลงเหลือพันกว่าบาทตามที่ประกันสังคมคำนวณ

3. ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกันตน

แม้โจทก์จะมายื่นขอเงินช้าเกิน 2 ปี (ตามกฎหมายมาตรา 56) แต่ศาลมองว่าเกิดจากความเข้าใจผิดเพราะคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ถือเป็น “เหตุผลความจำเป็นเพียงพอ” ที่จะได้รับเงินย้อนหลังทั้งหมด!

บทสรุป: บรรทัดฐานใหม่เพื่อ “คนทำงาน”

คำพิพากษานี้เป็นการยืนยันหลักการ “กฎหมายมหาชนเพื่อการสงเคราะห์” ที่แท้จริง ศาลไม่ได้มองแค่ตัวเลขในกระดาษ แต่พิจารณาถึง “เจตนารมณ์ของกองทุนประกันสังคม” ที่มุ่งสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้ชีวิตยามเกษียณ นอกจากนี้ ศาลยังใช้อำนาจพิเศษ (มาตรา 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ) พิพากษาให้เงินมากกว่าที่โจทก์ขอ เพื่อให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมที่สุด

คำแนะนำสำหรับผู้ประกันตน

หากคุณกำลังจะลาออกจากงาน (มาตรา 33) และกังวลเรื่องการต่อมาตรา 39: 1.เช็กยอดเงินสมทบ: ถ้าส่งครบ 180 เดือน และอายุ 55 แล้ว สิทธิบำนาญคุณ “ปลอดภัย” แล้วครับ 2. เก็บหลักฐาน: การติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือคำแนะนำต่างๆ ควรมีบันทึกไว้เสมอ 3. อย่ากลัวการรักษาสิทธิ: หากพบว่าการคำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม คำพิพากษา 33/2567 นี้คืออาวุธสำคัญของคุณ!

“สิทธิของคุณ… คุณต้องรู้ กฎหมายอยู่เคียงข้างคนที่รักษาผลประโยชน์ของตนเอง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัสฎีกา เมื่อเลขหลังบัตรเครดิตไม่ใช่ 'ทรัพย์' ความท้าทายในโลกดิจิทัล

นักวิชาการอิสระ เผยในทางกฎหมายอาญาไทย คำวินิจฉัยล่าสุดจากศาลฎีกากำลังย้ำเตือนเราว่า ความหมายของคำว่าทรัพย์ กับ มูลค่าทางเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป

อดีตผู้พิพากษาอาวุโส เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ ปปช. ชี้มูล 'สุภา ปิยะจิตติ'

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์! ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "สุภา ปิยะจิตติ" กรณีภาษีหุ้นชินคอร์ป รัฐเสียหายหมื่นล้าน