
“เอกนัฏ” ฟิตเรียกโรงกลั่นถกปมรีดกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันพรุ่งนี้ ฮึ่ม เลิกใช้เลขทิพย์กำหนดเพดานค่าการกลั่น ครม.เห็นชอบเจรจาโรงกลั่นคืนกำไรส่วนต่าง เล็ง หาข้อสรุปรูปแบบชดเชยช่วยปชช.
7 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า วันนี้คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานได้รายงานผลการประชุมให้ ครม. รับทราบ เรื่องการขอให้โรงกลั่นน้ำมันส่งกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนในฐานะ รมว.พลังงาน ไปดำเนินการต่อ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า วันที่ 7 เม.ย.ในช่วงเช้าที่ตนเข้ากระทรวงจะเรียกโรงกลั่นน้ำมันเข้ามาหารือทันที จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น.ตนจะนำเรื่องเพื่อหารือในวงคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ตนเป็นประธานในทันที
รมว.พลังงาน กล่าวว่า ส่วนเพดานค่าการกลั่นนั้นในปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ใช้ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ ซึ่งวันนี้เป็นสถานการณ์ผิดปกติทำให้ราคาแพงขึ้น ซึ่งบางส่วนที่แพงขึ้นเพราะเป็นพรีเมียม ในช่วงสถาการณ์ปกติราคาค่าการกลั่นอยู่ที่ 2 บาทกว่าไม่เกิน 3 บาท ในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา แต่ในช่วงเดือนมี.ค.69 ราคาค่าการกลั่นขึ้นสูงมาถึง 7 บาท และเข้ามาในช่วงเดือนเม.ย. นี้ ไม่กี่วันราคาขึ้นมา 16-17 บาท ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เม.ย. จะนำตัวเลขจริงทั้งหมดมาดู วันนี้ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ ตัวเลขในใจมากำนหนดเพดานค่าการกลั่นได้แล้ว
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือและรับทราบรายงานแล้วว่ามีค่าส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมาอยู่จริง โดย ครม. ได้เห็นชอบให้เดินหน้าตามแนวทางเจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างดังกล่าว สำหรับนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เข้ามาดูแลและพิจารณาวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หลักการสำคัญคือ การคำนวณกำไรส่วนต่างจะต้องสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริงของสต๊อกน้ำมันเก่า ไม่สามารถใช้วิธีคิดประเมินราคาความผันผวนแบบวันต่อวันได้ แต่จะใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยทั้งเดือนเพื่อดูว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนต่างเกินมาเท่าใด อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีการบีบบังคับโรงกลั่นได้ แต่จะต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อำนาจของคณะกรรมการสามารถกำหนดรูปแบบการชดเชยได้หลายแบบ เช่น การขอให้โรงกลั่นคืนส่วนต่างมาในรูปแบบของเงิน หรือคืนมาเป็นสต๊อกน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำหนดรูปแบบในการชดเชย หรือใช้วิธีช่วยชดเชยให้โรงกลั่นเป็นรูปแบบอื่นทดแทน ในกรณีที่โรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' เผยเจรจาลดค่าการกลั่นน้ำมัน ต้องไม่บีบบังคับเกินไป ขายแล้วไม่คุ้มอาจหยุดกลั่นจนปัญหาทวีเพิ่ม
นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น บอกต้องไม่บีบบังคับเกินไป หวั่น หยุดกลั่นปัญหาทวีเพิ่ม ย้ำ ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด อุ้มตลอดไม่ได้ แต่รัฐหามาตรการอื่นด้วยแทน ยืนยัน ช่วงสงกรานต์น้ำมันพอ เปิดสาเหตุเงียบเรื่องไอ้โม่ง เพราะไม่อยากให้ข่าวรั่ว ชื่นชมเจ้าหน้าสืบเชิงลึก แค่ 1 สัปดาห์ รู้เส้นทางทั้งหมด
'รสนา' ถามราคาน้ำมันไทยขึ้นรัวๆโดยไม่ เช็คสต็อก เปิดทางแสวงหา 'ลาภกักตุน' หรือไม่
นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีกลิตรละ 3.50 บาท ว่า
พลังงาน แจงค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่
รองปลัดพลังงาน เผย กองทุนน้ำมันติดลบ 4.7 หมื่นล้าน ไหลออกวันละ 1.7 พันล. แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่ มอง นำเข้าน้ำมันรัสเซีย กต.หารือแล้ว หากนำเข้าจริงต้องคุยเอกชนหาสถานที่เก็บ

